
โมเลกุล มือสังหาร
ย้อนไป 30 ปีที่แล้ว วันที่ 29 ก.ย.1982 แมรี่ เคลเลอร์แมน เด็กหญิงวัย 12 ปี
ย้อนไป 30 ปีที่แล้ว วันที่ 29 ก.ย.1982 แมรี่ เคลเลอร์แมน เด็กหญิงวัย 12 ปี อาศัยอยู่ในเมืองเอลก์โกรฟ รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐ บ่นเจ็บคอ ผู้ปกครองจึงให้ลูกสาวรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ หลังจากนั้นไม่กี่นาที ก็ล้มลงไปนอนสลบอยู่บนพื้นห้องน้ำ ในช่วงเวลาแห่งความตื่นตระหนก ไม่มีใครรู้เลยว่าสารพิษได้เข้าไปเล่นงานร่างกายของหนูน้อยแมรี่เรียบร้อยแล้ว สารพิษเข้าไปยับยั้งไม่ให้เซลล์รับแก๊สออกซิเจนที่อยู่บนเม็ดเลือดเข้าไปใช้งานได้ในที่สุดแล้วหนูน้อยแมรี่ก็สิ้นลมหายใจ
เธอได้รับสารพิษที่มีชื่อว่า ไซยาไนด์ (Cyanide) โดยฆาตกรนิรนามฉีดมันลงไปในยาที่ถูกวางจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไปในรัฐอิลลินอยส์ หนูน้อยแมรี่ เคลเลอร์แมน ต้องทนทุกข์ทรมานและร่วมชะตากรรมเดียวกันกับเหล่าบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีตั้งแต่กษัตริย์ไปจนถึงกบฏผู้หลบหนีออกนอกประเทศในยุคสงครามเย็น
การปราชัยของเซลล์
สารพิษจะมุ่งเข้าทำลายหน่วยโครงสร้างที่เล็กที่สุดของร่างกาย นั่นคือ เซลล์ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานทุกสิ่งทุกอย่างของเรา เปรียบเสมือนโรงงานขนาดเล็กที่มีความซับซ้อนในเชิงโครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงแค่เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เซลล์ตายได้ และจุดนี้คือช่องโหว่ที่สารพิษฉวยโอกาสเข้าไปเล่นงาน ซึ่งการถ่ายโอนโมเลกุลชนิดต่างๆ เข้าออกเซลล์มีผลต่อการควบคุมการหายใจรวมถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ เมื่อสารพิษเข้าจู่โจมเยื่อหุ้มเซลล์ จะมีผลทำให้โปรตีนในบริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลายและหยุดการทำงานโดยปริยาย
สารพิษคือสุดยอดอาวุธสังหาร
สารพิษแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวและออกฤทธิ์แตกต่างกันไป บางชนิดทำให้เหยื่อยังมีชีวิตปกติอยู่ได้หลายสัปดาห์ โดยไม่รู้ตัวว่าได้รับสารพิษแล้ว อย่างกรณีของ อเล็กซานเดอร์ ลิวินเนโค อดีตสายลับเคจีบีชาวรัสเซีย ซึ่งเสียชีวิตจากของพิษพอโลเนียม (Polonium) ในเดือน พ.ย. 2006 เขาได้รับสารพิษนี้เพียงแค่ 10 ไมโครกรัม ที่ถูกลักลอบใส่เอาไว้ในถ้วยชา ทำให้มีอาการปวดเกร็งช่องท้องอย่างรุนแรงหลังจากได้รับยาพิษพอโลเนียมเข้าไปแล้วหลายวัน แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่สารพิษไหลเวียนไปตามกระแสเลือดและเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆ
ในตอนแรกพอโลเนียมเริ่มเข้าไปทำลายเซลล์รากผม นั่นทำให้อธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงหัวล้าน เมื่อดูจากภาพถ่ายที่อยู่ในชุดผู้ป่วยนี้ จากนั้นพอโลเนียมก็เข้าจู่โจมตับ เซลล์เม็ดระบบภูมิคุ้มกัน เลือดขาว และหัวใจ จนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ลิวินเนโคเสียชีวิตลงหลังจากได้รับพอโลเนียมเป็นเวลา 3 สัปดาห์
การใช้สารพิษในทางการแพทย์
ด้วยเหตุที่ไรซินนั้นมีระดับความเป็นพิษที่ร้ายแรง นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามหาทางใช้ประโยชน์จากฤทธิ์ของไรซินในการทำลายกระบวนการผลิตโปรตีนของเซลล์มะเร็งเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งโดยไม่ทำอันตรายคนไข้ ในขณะเดียวกันก็มีความพยายามที่จะใช้ไรซินเป็นวัคซีนเพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากไวรัสโดยมีเป้าหมายอยู่ที่อวัยวะผลิตเมือก เช่น จมูก ปาก และทวารหนัก อันเป็นช่องทางที่ไวรัสเข้าสู่ร่างกาย
พอโลเนียม
ปริมาณที่ทำให้ถึงตาย 0.1 ไมโครกรัม เสียชีวิตภายในไม่กี่สัปดาห์
อาการหลังได้รับสารพิษ ผมร่วง เลือดออกตามจมูกและเหงือก อาเจียน เป็นไข้ อวัยวะภายในล้มเหลว







