
เลือกผู้พิพากษาศาลฎีกา นั่งว่าที่ ปธ. กกต.
ว่าที่ กกต.ชุดใหม่ทั้ง 5 ได้ประชุมแบ่งงานความรับผิดชอบ โดยมีมติเลือก ศุภชัย สมเจริญ
ว่าที่ กกต.ชุดใหม่ทั้ง 5 ได้ประชุมแบ่งงานความรับผิดชอบ โดยมีมติเลือก ศุภชัย สมเจริญ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เป็นประธาน กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร รับผิดชอบฝ่ายบริหารจัดการเลือกตั้ง บุญส่ง น้อยโสภณ ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ ฝ่ายพรรคการเมือง และประวิช รัตนเพียร ฝ่ายการมีส่วนร่วม
สำหรับ ศุภชัย เป็นว่าที่ กกต. ในสัดส่วนของศาลฎีกา โดยได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งคือ 70 จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 136 คนเสนอให้วุฒิสภาเลือกเป็น กกต. ในอดีตดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเทียบเท่ากับรองประธานศาลฎีกา ก่อนจะเกษียณอายุราชการ และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ยังเคยเป็น ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกาและชั้นศาลอุทธรณ์ พิจารณาเรื่องร้องเรียนโยกย้ายและวินัยผู้พิพากษา และเคยเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา
ศุภชัย เปิดเผยว่า นโยบายของ กกต.ชุดใหม่นี้จะทำงานกันเป็นทีม ช่วยกันคิดช่วยกันทำไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ นำสิ่งที่ กกต.ชุดปัจจุบันที่ทำดีอยู่แล้วมาสานต่อ ประการสำคัญเราต้องจัดการเลือกตั้งให้สุจริตบริสุทธิ์เที่ยงธรรม โปร่งใสรวดเร็ว ไม่เยิ่นเย้อ
ว่าที่ประธาน กกต.ชุดใหม่ กล่าวถึงการเตรียมตัวรับตำแหน่งในช่วงที่การเมืองกำลังตึงเครียดว่า พวกเราที่มาทำหน้าที่พร้อมที่จะรับการถูกตำหนิ เพราะการชี้ขาดอะไรย่อมจะมีฝ่ายที่ถูกใจไม่ถูกใจ แต่ขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ยึดตัวบทกฎหมายเป็นหลัก ถูกผิดว่าตามข้อเท็จจริงไม่กลั่นแกล้งผู้ใด
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา กล่าวว่า จะพยายามแก้ไขให้สังคมซึ่งแตกแยกอยู่ขณะนี้ให้กลับไปสู่ความสงบสุข และจะพยายามให้ประชาชนมีส่วนร่วมดูแลให้เกิดความสุจริต และจะจัดหน่วยสืบสวนเคลื่อนที่เร็วเพื่อป้องปรามการทุจริต แต่รายละเอียดเหล่านี้ขอพูดถึงหลังจากมีการโปรดเกล้าฯ
“ผมพร้อมแล้ว ถ้าผมมาตรงนี้เราพร้อมรับสภาพทุกอย่าง แน่นอนเราเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา แต่จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในฐานะที่ผมเป็นผู้พิพากษามา 36 ปีเศษ เขียนคำพิพากษาในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์มา เราก็ต้องยึดหลักความเป็นกลางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 229” ศุภชัย กล่าว
ด้านสมชัย กล่าวว่า หลายคนอาจแปลกใจ เพราะเคยพูดเสมอว่าอยากทำงานการมีส่วนร่วม แต่ได้มารับผิดชอบบริหารการเลือกตั้ง เพราะเห็นว่าที่ผ่านมา กระบวนการคิดของฝ่ายบริหารการเลือกตั้ง มักจะคิดแบบมหาดไทย คือยึดแบบราชการ ทำให้ภาคประชาชนถูกกีดกันไปอยู่วงนอก เมื่อได้เข้ามารับผิดชอบฝ่ายนี้แล้วจะทำให้รูปแบบการบริหารการเลือกตั้งเปิดให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
แหล่งข่าวระบุว่า ว่าที่ กกต.ชุดใหม่นี้ คงไม่สามารถเริ่มงานแรกกับการดูแลการเลือกตั้งซ่อม สส. 8 เขต ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ได้ทัน ทั้งนี้ กกต.ชุดปัจจุบันมีกำหนดประชุมวันจันทร์นี้ เพื่อแก้ปัญหา 3 เขตเลือกตั้งที่ยังขาดผู้ลงสมัคร คือ จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร และตรัง โดยต้องหารือข้อกฎหมายต่อไป ว่าจะขยายเวลาการเปิดรับสมัครใหม่
ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กรณีที่ไม่มีพรรคใดส่งผู้สมัครใน 3 เขตเลือกตั้งซ่อม จะไม่ส่งผลให้เกิดสุญญากาศการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร หรือช่องว่างการเมือง เพราะยังมี สส.แบบแบ่งเขตที่ยังทำหน้าที่ได้อยู่จำนวนมาก







