posttoday
ทางหนึ่งสภาประชาชน

ทางหนึ่งสภาประชาชน

07 ธันวาคม 2556

ในช่วงเวลานี้คงจะไม่ต้องพูดกันว่าบ้านเมืองเรามีภาวะวิกฤตเช่นไรแม้วิกฤตการณ์นี้จะยังไม่รุนแรงถึงที่สุด

ในช่วงเวลานี้คงจะไม่ต้องพูดกันว่าบ้านเมืองเรามีภาวะวิกฤตเช่นไรแม้วิกฤตการณ์นี้จะยังไม่รุนแรงถึงที่สุด แต่เราทุกคนก็คงไม่ปรารถนาที่จะเห็นความรุนแรงที่มากไปกว่านี้ ไม่ว่าจะจากฝ่ายไหนก็ตาม หนึ่งในสิ่งที่หลายฝ่ายต่างก็เสนอกันออกมาว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้การนำไปสู่ความรุนแรงนั้นถูกถ่ายถอน คือ การเกิดขึ้นขององค์กรที่บ้างก็เรียกว่า สภาประชาชน บ้างก็เรียกว่า สภาปฏิรูปภาคประชาชน

ชื่อจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ จุดมุ่งหมายต่างก็ใกล้เคียงกัน นั่นคือ การให้ประชาชนได้เข้ามามีบทบาทในการปฏิรูปประเทศ หรือถึงขั้นการบริหารราชการแผ่นดินโดยตรงที่อาจจะเรียกกันได้ง่ายๆ ว่าเป็นประชาธิปไตยทางตรงกันเลยทีเดียว ซึ่งทางหนึ่งที่พอจะเป็นไปได้ในการเกิดกลไก หรือองค์กรเช่นว่าน่าจะเป็นการพิจารณากรอบของรัฐธรรมนูญทั้งในส่วนที่เป็นบทบัญญัติหลักและส่วนที่เป็นอารัมภบท อันเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในการตีความรัฐธรรมนูญ

ในอารัมภบทนั้นมีความตอนหนึ่งที่ระบุถึงการ “ให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างเป็นรูปธรรม” และความตอนท้ายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการ “ขอปวงชนชาวไทย จงมีความสมัครสโมสรเป็นเอกฉันท์ ในอันที่จะปฏิบัติตามและพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อธำรงคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย และนำมาซึ่งความผาสุกสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคลอเนกศุภผลสกลเกียรติยศสถาพรแก่อาณาประชาราษฎรทั่วสยามรัฐสีมา สมดั่งพระบรมราชปณิธานปรารถนาทุกประการ เทอญ”

ส่วนของอารัมภบทที่นำมานั้นเป็นสิ่งที่แสดงชัดเจนอยู่แล้วว่าเจตนารมณ์ หลักการ และพระราชปณิธานในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 นี้เป็นอย่างไร เมื่อประกอบกับบทบัญญัติอีกสองมาตรา ได้แก่ มาตรา 3 และมาตรา 7 ความว่า

“มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้” และ

“มาตรา 7 ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใดให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ในขณะนี้หลายฝ่ายต่างยอมรับกันว่าบ้านเมืองเราใกล้จะถึงทางตัน หากไม่สามารถที่จะพูดคุยทำความตกลงกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งการหันหน้ามาหากันเพื่อร่วมกันหาทางออก และนำทางออกที่แสวงหามาได้นั้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย และพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เพื่อให้สิ่งที่นำทูลเกล้าฯ ถวายนั้นสามารถจะเป็นผลได้ในทางปฏิบัติเป็นประเพณีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมิได้มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญกำหนดบังคับเอาไว้

เมื่อผนวกกับการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ชัดแจ้งในมาตรา 3 ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ส่งผลให้การแสวงหาทางออกร่วมกันตามมาตรา 7 นั้นสามารถที่จะเปิดทางให้คณะรัฐมนตรี และรัฐสภาร่วมกันใช้มาตรา 291 ที่เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในอันที่จะแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีสภาประชาชน หรือสภาปฏิรูป ตามแต่จะเรียกชื่อเป็นไปได้ เพื่อให้สามารถคลี่คลายปัญหาบ้านเมืองในภาวะนี้ออกไป

รายละเอียดของทางปฏิบัตินี้แน่นอนจะต้องถกกัน แต่ช้าไม่ได้เพราะกาลจะไม่รอท่า

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI