posttoday
เตือนรัฐจุดไฟปิดจอบลูสกาย เปิดเวทีสามเกลอ

เตือนรัฐจุดไฟปิดจอบลูสกาย เปิดเวทีสามเกลอ

07 ธันวาคม 2556

กลายเป็นอีก 1 มาตรการเรียกแขก หลัง สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี

กลายเป็นอีก 1 มาตรการเรียกแขก หลัง สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ออกมาขู่แจ้งความจับผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์บลูสกายทีวี เนื่องจากมีพฤติกรรมสนับสนุนการชุมนุมซึ่งผิดกฎหมาย กลับกันซีกรัฐบาลกลับให้แกนนำเสื้อแดงฟื้นรายการ ความจริงวันนี้ คืนจอที่สถานีเอ็นบีที ช่อง 11 หลังจากปิดฉากการปลุกระดมไปหลายปี

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลปฏิบัติสองมาตรฐานชัดเจน เพราะแสดงออกว่ารัฐบาลกำลังควบคุมไม่ให้สื่อที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลออกอากาศ และให้สื่อที่สนับสนุนรัฐบาลได้ออกอากาศทางฟรีทีวีถึง 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้พื้นที่ของช่อง 11 กลายเป็นพื้นที่ในการแสดงออกความเกลียดชัง ปลุกระดม ทั้งที่รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ทำช่อง 11 ให้เป็นพื้นที่กลางในการลดความขัดแย้งของสังคม

“ผมเชื่อว่าในที่สุดผู้ชุมนุมก็จะไม่พอใจ เพราะพื้นที่สาธารณะกลายเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลเต็มตัว และอาจนำไปสู่การบุกกดดันช่อง 11 อีกครั้ง และรัฐบาลต้องอย่าลืมว่าในอดีตกรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลอย่างเต็มตัว ถูกเผาจนวอดทั้งในเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 และในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลต้องการการเจรจา หรือหาทางออกประเทศอย่างที่พูดมาตลอดก็ควรจะเปิดโอกาสให้ช่อง 11 ได้ทำหน้าที่นั้น” นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าว

ส่วนการปิดสถานีโทรทัศน์บลูสกายนั้น มานะ บอกว่า รัฐบาลต้องอย่าลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเช่นเดียวกัน เพราะวันนั้นฟรีทีวีถูกควบคุมโดยรัฐบาลทั้งหมด และทำให้ผู้ชุมนุมติดต่อสื่อสารกันด้วยวิธีอื่น จนออกไปชุมนุมมากขึ้น ทำให้รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ ต่างจากวันนี้ ซึ่งมีทั้งสมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดีย คอยเรียกคนออกไปชุมนุม ขณะเดียวกันสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมใช้ถ่ายทอดเวทีการชุมนุมนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่บลูสกายช่องเดียว แต่ยังมีช่องอื่นๆ อีก 45 ช่อง หากรัฐบาลปิดกลุ่มเหล่านี้ก็สามารถเปิดช่องใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ

มานะ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ควรเป็นบทเรียนว่า ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดก็ไม่ควรเปิดช่อง 11 ให้เป็นพื้นที่ในการปลุกระดมสร้างความเกลียดชังอย่างในวันนี้และในรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ โดยหากตั้งใจเปิดให้แกนนำเสื้อแดงทั้งสามได้ออกอากาศ 1 ชั่วโมง ก็ควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้ออกอากาศ 1 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน หลักการนี้นักวิชาการด้านสื่อเสนอไปยังรัฐบาลมาตลอด แต่ไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดทำตาม เพราะยังเห็นความสำคัญของการมีสื่อเป็นของตัวเอง

เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช อาจารย์จากศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า หากรัฐบาลเห็นว่าสถานีโทรทัศน์บลูสกาย มีพฤติกรรมยุยง ปลุกปั่น หรือสนับสนุนความรุนแรงในการชุมนุม ก็ควรแจ้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ตรวจสอบมากกว่าจะใช้อำนาจแจ้งจับผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์บลูสกายทีวี

“พฤติกรรมของรัฐบาลขัดแย้งกับสิ่งที่เคยแสดงท่าทีไว้ก่อนหน้านี้ว่า พร้อมเจรจาและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายพูดคุยกันเพื่อลดข้อขัดแย้ง เพราะการปิดสถานีโทรทัศน์บลูสกายจะสร้างความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปิดโอกาสการรับสื่อของแนวร่วมผู้ชุมนุม ซึ่งปกติจะนั่งชมโทรทัศน์ที่บ้านให้ออกไปชุมนุมมากยิ่งขึ้น และจะเพิ่มจำนวนของผู้ชุมนุมในแต่ละเวทีไปโดยปริยาย สังเกตได้จากช่วงหนึ่งที่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีถูกปิด ผู้ชุมนุมก็ออกไปร่วมมากขึ้น กรณีโทรทัศน์ของคนเสื้อแดงถูกปิดก็เช่นเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลเปิดให้แกนนำคนเสื้อแดงมาร่วมจัดรายการ “ความจริงวันนี้” ในสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 นั้น เอกพันธุ์ มองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐบาลชุดก่อนๆ ก็ทำในรูปแบบเดียวกัน และเชื่อว่ารัฐบาลในอนาคตก็คงจะทำรูปแบบนี้ เพื่อแย่งชิงมวลชนของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รับชมรายการเหล่านี้ควรต้องแยกแยะว่าข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายพูดนั้น เป็นความจริงทั้งหมดหรือไม่ หรือว่าเป็นความจริงเพียงเสี้ยวเดียว ที่นำไปรวมกับถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง และมองอีกฝ่ายให้เป็นศัตรูมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สังคมเข้าสู่จุดที่อันตรายมาก

ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. กล่าวว่า วันจันทร์ที่ 9 ธ.ค.นี้ จะนำเรื่องที่ ศอ.รส.ได้ร้องเรียนกรณีของบลูสกายต่อ กสทช.เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) รวมถึงกรณีของ กปปส.ที่เข้ามาร้องเรียนให้สื่อของรัฐสองแห่ง ทั้งบริษัท อสมท หรือช่อง 9 และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ที่ไม่ได้นำเสนอข่าวสารของ กปปส.อย่างตรงไปตรงมา

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้