
บทเรียนจาก เนลสัน แมนเดลา
เช้าวันที่ 6 ธ.ค. ตามเวลาประเทศไทย ทั่วโลกก็ได้ทราบข่าวการจากไปอย่างสงบของนายเนลสัน แมนเดลา
เช้าวันที่ 6 ธ.ค. ตามเวลาประเทศไทย ทั่วโลกก็ได้ทราบข่าวการจากไปอย่างสงบของนายเนลสัน แมนเดลา ผู้นำที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รักของชาวแอฟริกาใต้ทั้งประเทศ ในฐานะนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพของชนผิวดำและเป็นผู้นำแอฟริกาใต้ให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งประชาธิปไตย
เขาจากไปด้วยวัย 95 ปี ตลอดช่วงชีวิตของเขาได้อุทิศให้กับการต่อสู้กับการเหยียดสีผิวในประเทศของเขาเอง ที่ถูกปกครองด้วยคนขาวที่สนับสนุนการแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรง
ผลงานอันยิ่งใหญ่ของนายแมนเดลาที่มักจะเผยแพร่ออกมา ส่วนใหญ่จะเน้นให้เห็นถึงความพยายามของเขาที่ต้องการใช้สันติวิธี การเจรจาประนีประนอม เป็นหลัก
แต่โดยข้อเท็จจริง หลังจากใช้การรณรงค์ด้วยสันติวิธีแล้ว แต่เมื่อเผชิญกับการปราบปรามอย่างรุนแรงจากรัฐบาลคนผิวขาว นายแมนเดลาก็เปลี่ยนยุทธวิธี หันไปเข้าร่วมและเป็นผู้นำกองกำลังติดอาวุธ มีการลอบวางระเบิดสถานที่สำคัญทางราชการและทางทหารหลายแห่ง รวมทั้งฝึกฝนกองกำลังให้สู้รบแบบกองโจร
ณ ขณะนั้น นายแมนเดลาเองก็คิดว่ามีแต่การใช้ความรุนแรงเท่านั้นที่จะยุติความขัดแย้งด้านสีผิวได้ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องยกเลิกวิธีดังกล่าวเมื่อเห็นว่ามีพลเรือนเสียชีวิตไปจำนวนมาก จนทำให้เขาต้องยอมรับในเวลาต่อมาว่า ในขณะที่ทำสงครามต่อต้านการแบ่งแยกสีผิวนั้น อีกด้านหนึ่งมันได้กลายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแทน เขาจึงปรับเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ หันใช้การต่อสู้แบบสันติวิธีอีกครั้งหนึ่ง
การยึดมั่นสันติวิธีด้วยความอดทน ด้วยความพยายามในการเจรจาประนีประนอมครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ย่อท้อ ส่งผลให้นายแมนเดลาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี 2536 ถัดจากนั้นอีก 1 ปี พ.ศ. 2537 เขาและพรรคเอเอ็นซีก็ชนะการเลือกตั้งครั้งแรกของแอฟริกาใต้อย่างถล่มทลาย นายแมนเดลาสามารถก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้ได้อย่างภาคภูมิ
สำหรับประเทศไทย ต้องยอมรับว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายที่กำลังฮึ่มฮั่มในขณะนี้ เทียบไม่ติดกับความขัดแย้งระหว่างผิวสีที่ชาวแอฟริกาใต้และนายแมนเดลาประสบมา
และแม้คนไทยทั้งสองฝ่ายจะมีความเกลียดชังกันบ้างจากความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกัน เพราะถือข้างกันคนละฝ่าย แต่คนไทยก็มีผิวสีเดียวกัน ไม่เคยกระทำย่ำยีต่อกันอย่างไร้ความเมตตา ไม่เคยเหยียดคนอื่นเสมือนไม่ใช่คนเหมือนแบบเดียวกับที่คนแอฟริกาใต้เคยประสบ
ความขัดแย้งทางการเมืองจึงไม่ควรที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องถึงขั้นเข้าห้ำหั่นซึ่งกันและกันด้วยความรุนแรง โดยนำบทเรียนในช่วงชีวิตของนายเนลสัน แมนเดลา ที่เคยทำทุกวิถีทางที่จะต่อสู้ให้มีการยกเลิกการเหยียดผิว ไม่เว้นแม้แต่การใช้ความรุนแรง
แต่สุดท้ายเขาต้องเลิกล้มการใช้วิธีดังกล่าว ด้วยเหตุว่ามันทำให้ชีวิตของพลเรือนที่ไม่รู้เรื่องราวต้องสูญเสียไปมากมาย







