
ขี่โรดแมป โดดเดี่ยวแดง
8...ทีมข่าวการเมือง
การประกาศโรดแมปแก้ปัญหาทางการเมืองของ
“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี อย่างน้อยช่วยลดแรงกดดันต่อรัฐบาล และให้เห็นทางออกในการแก้วิกฤตประเทศอภิสิทธิ์เปิดเผยเรื่อง
“โรดแมป” แผนปฏิรูปประเทศไทย ระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนญี่ปุ่นล่าสุด อภิสิทธิ์ ระบุคร่าวๆ ว่า โรดแมปนี้จะช่วยบรรเทาความวุ่นวายทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การปรองดองของคนในชาติ โดยจะประกาศให้สังคมทราบภายใน 12 วันก่อนจะขยายผลระหว่างเดินทางมาชี้แจงต่อวุฒิสภาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่า
“โรดแมป” จะต้องมาจากการรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล นักการเมือง ผู้ชุมนุม หรือผู้ต่อต้านผู้ชุมนุม แต่ต้องเป็นคำตอบของส่วนรวมคาดเดากันว่า เนื้อหาโรดแมปเบื้องต้นจะเป็นการผลักดันกฎหมายที่ลดช่องว่าง ลดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม การปฏิรูปโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สิน อันเป็น
“รากเหง้า” หนึ่งของวิกฤตความขัดแย้งที่ปะทุเป็นความรุนแรงขึ้นสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ขยายความว่า โรดแมปมี 3 ด้าน
1.ปัญหาด้านการเมืองและการแก้ไขปัญหาของประชาชนที่มาเรียกร้องในเรื่องความเสมอภาค ความเป็นธรรม การแก้ปัญหาในการประกอบอาชีพการทำมาหากิน การยกระดับรายได้
2.การแก้ปัญหาความมั่นคงในราชอาณาจักรและมุ่งการกระทำไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์
3.การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย
โรดแมปเป็นแผนระยะยาวของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนมีความหวังว่า ภายใต้รัฐบาลนี้ยังมีเป้าหมายและความสามารถที่จะแก้วิกฤตชาติ ไม่ว่าการทำภารกิจระยะสั้นแก้ปัญหาม็อบ และปัญหาระยะยาวในเชิงโครงสร้าง
สำหรับการแก้ปัญหาระยะสั้นเพื่อให้ม็อบแดงยุติการชุมนุม ออกจากศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ราชประสงค์ ดูจะยังไม่เห็นแสงสว่าง
แม้รัฐบาลจะขู่สลายม็อบทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ที่สุดรัฐบาลและ ศอฉ. คงไม่เลือกสลายการชุมนุมที่ใช้กำลังโดยตรง เพราะจะเกิดความสูญเสียตามมามหาศาล
ยุทธวิธีรัฐบาลใช้สงครามจิตวิทยา เลาะตะเข็บ บีบนวดแกนนำ สกัดไม่ให้เติมมวลชน จนทำให้เกิดความเครียด และเข้าตรวจค้นเครือข่ายแดงจนพบหลักฐานเครื่องกระสุนมากมาย
ในทางการเมืองวันนี้ ม็อบแดงเพลี่ยงพล้ำหนัก โดยเฉพาะการบุกค้นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่เหมือนฆ่าตัวตาย จนผู้บริหาร บุคลากรแพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้ออกมาแฉซ้ำในเวทีสมาคมนักข่าวว่า ถูกเสื้อแดงข่มขู่สารพัด ไม่ว่าจะทำร้าย ตรวจกระเป๋าผู้ป่วย
อาการเสื้อแดงจึงเป๋เหมือนเครื่องยนต์ไหม้ กำลังโหม่งโลก ไม่มีรันเวย์ลง
ภาวะเพลี่ยงพล้ำไม่เห็นหนทางชนะ ทำให้แกนนำแดงเริ่มปัดฝุ่นสำหรับการเจรจารอบสาม
สอดคล้องกับกระแสเสียงของทุกฝ่าย สว. นักวิชาการ ภาคสังคม องค์กรต่างประเทศ นานาชาติ ที่เรียกร้องให้แกนนำม็อบแดงหันมาเจรจา ขณะที่สังคมอยากเห็นประเทศกลับมาปกติสุข ทว่าอีกด้านผลจากวิกฤตครั้งนี้ก็เป็นโอกาสของการสร้าง
“สิ่งใหม่” ข้อเสนอที่โยนใส่รัฐบาล คือ การปฏิรูปประเทศไทยใช้โอกาสของความขัดแย้งครั้งนี้ที่มีรากเหง้าจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
หากแยกมวลชนที่มาร่วมขบวนเสื้อแดง พบว่ามีหลากหลาย ทั้งคนรักทักษิณ กลุ่มชอบประชานิยม กลุ่มที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพัฒนาของนโยบายรัฐมาช้านาน ขบวนการที่มีอุดมการณ์ขัดแย้งกับระบบการเมืองปัจจุบัน
เห็นได้ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์พยายามใช้จังหวะวิกฤตครั้งนี้นำเสนอแผนปฏิรูปประเทศไทย ทั้งการเชิญชวนกลุ่มพลังสังคม ภาคส่วนต่างๆ ให้มาเสนอการแก้ปัญหาในโครงสร้าง
วิกฤตคือโอกาส และนี่จึงเป็นโอกาสของประเทศ
และแน่นอนโอกาสของรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่จะดำรงอยู่ได้ภาวะเปราะบางเพื่อพ้นข้อครหาที่ว่าเป็น รัฐบาลที่มีการสูญเสีย อภิสิทธิ์จึงต้องดึงพลังสังคมมาเป็นแรงขับเคลื่อนหนุนให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศ นั่นจึงนำมาสู่การเตรียมประกาศโรดแมปที่เป็นข้อเสนอจากภาคประชาสังคม
เพื่อให้มีความหวังว่า การมีรัฐบาลนี้อยู่จะช่วยแก้โครงสร้างประเทศได้ มากกว่าอยู่แล้วยิ่งทำให้ประเทศถอยหลัง
หากรัฐบาลสามารถผลักดันเรื่องยากๆ ที่หลายรัฐบาลทำไม่ได้ ก็จะช่วยกอบกู้รัฐนาวาและได้รับเสียงแซ่ซ้องจากสังคม
เช่น การที่ ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นการเดินหน้าแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมในสังคม
การอยู่ในอำนาจของอภิสิทธิ์ในภาวะวิกฤตวันนี้ จำต้องใช้แรงหนุนของสังคม เช่น ปรากฏการณ์จากกลุ่มหลากสี ที่ออกมาเคียงข้างรัฐบาล มาเป็นพลังให้ทำวาระปฏิรูปประเทศชาติให้สำเร็จ
แต่หากอภิสิทธิ์มีวาระเพียงแค่ตอบสนองความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาล โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง หรืออยู่เพื่อสร้างรอแต่งตั้งโยกย้าย ฟื้นอำนาจให้พรรคพวกตัวเอง แม้จะลากถูใช้กลเกมการเมืองทำให้อยู่ในอำนาจระยะหนึ่ง แต่ในระยะยาวก็อาจจะฝังตัวเองและพรรคประชาธิปัตย์ จนกลับมามีอำนาจไม่ได้
วิกฤตประเทศรอบนี้ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของคนในชาติ อภิสิทธิ์จึงต้องทำให้เห็นว่าเขาเป็นตัวแทนของคนทั้งชาติ และเดินหน้าบริหารฟื้นฟูประเทศอย่างตั้งใจ ไม่มีวาระซ่อนเร้น ก่อนจะยุบสภาคืนอำนาจประชาชน







