
ปชป.จี้นายกฯรับผิดชอบเหตุรุนแรงต่อผู้ชุมนุม
ปชป.จี้ "ยิ่งลักษณ์" รับผิดชอบปัญหาการเมือง-เหตุรุนแรงต่อผู้ชุมนุม-การทุจริตคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้น
ปชป.จี้ "ยิ่งลักษณ์" รับผิดชอบปัญหาการเมือง-เหตุรุนแรงต่อผู้ชุมนุม-การทุจริตคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้น
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคได้ หารือถึงสถานการณ์การเมือง โดยเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากการผลักดันกฏหมายล้างผิดนิรโทษกรรม 5 ข้อคือ
1.การออกมาปฎิเสธข้อเสนอการตั้งสภาประชาชนของคณะกรรมการ กปปส.ว่า เป็นไปไม่ได้ในทางปฎิบัติ ถือว่านายกรัฐมนตรีไม่มีทางออกให้ประเทศไทย ถือว่าเป็นคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบ เพราะต้องป็นผู้หาทางออกให้ประเทศว่าจะปลดล็อกความขัดแย้งครั้งนี้อย่างไร
2.ต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง จนเป็นเหตุให้ประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินคดี เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ปฎิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง และรัฐบาลต้องมีส่วนรู้เห็นในเรื่อดังกล่าว
3.เหตุการณ์ความรุนแรงที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ ซึ่งมีเหตุให้ประชาชนสองรายถูกยิงด้วยกระสุนจริง ซึ่งถูกยิงมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ ดังนั้น ชัดเจนว่าตำรวจที่อ้างว่ามีเพียงแก๊สน้ำตากับกระบองยาง นั้นไม่เป็นความจริง เพราะจากภาพข่าวหลายสำนักปรากฏภาพตำรวจถือปืนเล็งมายังกลุ่มผู้ชุมนุม ย่อมเป็นการที่เข้าหน้าที่รัฐใช้อาวุธกับประชาชนที่มุมนุมมือเปล่าอย่างเท้จริง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องนำความจริงออกมาเผยแพร่ต่อประชาชนและต้องขอโทษกับประชาขนว่าเรื่องนี้ เกิดได้อย่างไร
4.การใช้แก๊สน้ำตาและการใช้สารซัลฟิวริคผสมกับน้ำใช้ฉีดใส่ผู้ชุมนุม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขัดอนุสัญญาว่าด้วยการใช้อาวุธเคมี ของสหประชาชาติว่า ก่อนที่จะใช้น้ำผสมเคมี ไม่ว่าจะผสมเคมีชนิดใดเพิ่มเติมที่ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอันตราย เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องเปิดเผยส่วนผสมหรือสูตรส่วนผสมของน้ำชนิดนั้นให้ผู้ชมนุมได้รับทราบก่อน แต่กลับไม่มีการแจ้งเตือน
5. กรณีการทุจริต แตกไปทุกหัวระแหง โดยเฉพาะประเด็นโครงการรับจำนำข้าว ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมายืนยันว่าการซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง สะท้อนว่ารัฐบาลปล่อยให้มีการคอรัปชั่นโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีท่าทีป้องปราม และป้องกัน ซึ่งเห็นกันทั้งประเทศว่ามีการทุจริตกันปีหนึ่ง นับแสนล้าน กลับปล่อยให้โครงการอย่างนี้เดินหน้า โดยไม่มีการป้องกันรัดกุมมากขึ้น จนผลสะท้อนจากการตรวจสอบขององค์กรระดับโลกถึงของดัชนีการคอรัปชั่นของประเทศไทยที่ปีนี้ตกมาถึง14อันดับ ซึ่งเป็นการตกต่ำสุดในประวัติศาสตร์ประเทศ







