
เชื่อมั่นหดปีใหม่ใช้จ่ายซบ
ผู้บริโภคลังเลชะลอการซื้อบ้าน-รถยนต์ปลัดคลังหวั่นไทยโดนลดเครดิตประเทศ
ผู้บริโภคลังเลชะลอการซื้อบ้าน-รถยนต์ปลัดคลังหวั่นไทยโดนลดเครดิตประเทศ
การเมืองทุบซ้ำดัชนีเชื่อมั่นไทยต่ำสุดรอบ 22 เดือน คนไทยเลิกคิดซื้อรถบ้าน หมดอารมณ์ใช้จ่ายปีใหม่
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมมีสัญญาณลดลงและยังไม่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ไม่คึกคัก และอาจลากยาวถึงไตรมาสแรกปี 2557 อย่างไรก็ตาม การเปิดให้กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลและกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมีการจับมือกันน่าจะช่วยลดความวิตกกังวลจากต่างชาติได้
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นในเดือน พ.ย.ลดลงทั้งหมดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 75.0 ดัชนีเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ที่ 65.0 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปัจจุบันอยู่ที่ 59.2 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 79.9 ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ 68.2 ต่ำสุดในรอบ 18 เดือน ดัชนีเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 91.8 ต่ำกว่าระดับ 100 เป็นเดือนที่ 6 และต่ำสุดในรอบ 24 เดือน
“ค่าดัชนีที่ออกมานี้เกิดขึ้นก่อนจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงและการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายจุด ค่าดัชนีที่ต่ำลงหลายตัวและหลายจุดจนน่าเป็นห่วง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นรายได้ในอนาคตกับโอกาสในการหางานทำที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 22-24 เดือน ทำให้คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย” นายธนวรรธน์ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้บริโภคเห็นว่าปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการซื้อรถยนต์ใหม่เพียง 31.5% ส่วนใหญ่ 37.5% ยังไม่แน่ใจ และอีก 31% เห็นว่าไม่ใช่เวลาเหมาะสมจะซื้อรถคันใหม่ เช่นเดียวกับการซื้อบ้านหลังใหม่ที่ส่วนใหญ่ 46.5% เห็นว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะซื้อ
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การชุมนุมที่เริ่มรุนแรงขึ้นอาจจะมีผลกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของไทย โดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือออกคำเตือนมาว่า ถ้ายืดเยื้อเป็นเวลานาน อาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือจากระดับ BBB+ หากไทยถูกลดความน่าเชื่อถือ จะทำให้ต้นทุนการกู้เงินสูงขึ้น กระทบต่อการระดมทุน และส่งผลให้นักลงทุนไม่เข้ามาลงทุนในไทย
นายรังสรรค์ ยอมรับว่า การที่กระทรวงการคลังถูกยึด ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณ และการจัดเก็บรายได้







