posttoday
การบริหารจัดการความขัดแย้ง(ตอนจบ)

การบริหารจัดการความขัดแย้ง(ตอนจบ)

02 ธันวาคม 2556

หลังจากสัปดาห์ก่อนผู้อ่านได้เรียนรู้ถึงแนวทางวิธีการจัดการความขัดแย้งของต่างชาติกันมาแล้ว ในสัปดาห์นี้ผู้เขียนจะมาวิเคราะห์และนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของไทยบ้าง

หลังจากสัปดาห์ก่อนผู้อ่านได้เรียนรู้ถึงแนวทางวิธีการจัดการความขัดแย้งของต่างชาติกันมาแล้ว ในสัปดาห์นี้ผู้เขียนจะมาวิเคราะห์และนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของไทยบ้าง

สำหรับปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยปัจจุบันถือได้ว่าเป็นปัญหาทางการเมืองที่สะสมมานานหลายสิบปีและไม่มีระบบหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแบบชัดเจนและเบ็ดเสร็จ รวมทั้งขาดการเอาใจใส่ในเรื่องของการบริหารจัดการความขัดแย้งอย่างจริงจังทั้งจากภาครัฐและเอกชนและทุกภาคส่วนของสังคม

ผู้เขียนดีใจที่เห็นว่ามีหลายสถาบันในประเทศไทยที่มีการจัดตั้งสถาบันหรือองค์กรที่เกี่ยวกับสันติวิธีเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่มาก แต่ก็เริ่มมีเป็นหลักสูตรทางการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยให้เห็น แต่ที่ผ่านมาสถาบันต่างๆ เหล่านั้นสามารถผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถในเชิงของการบริหารจัดการความขัดแย้งได้มากน้อยเพียงใดและมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน เคยมีใครคิดกันหรือไม่

ผู้เขียนได้ทำการศึกษาด้านนี้มาเป็นระยะเวลานานจนทราบว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วเกือบทั้งหมดในโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและในยุโรป เขาต่างก็ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความขัดแย้งมากเป็นอย่างยิ่งและมีการพัฒนาเชิงวิจัยและพัฒนามาโดยตลอด มีการจัดตั้งสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความขัดแย้งเป็นเรื่องเป็นราวและมีระบบที่ชัดเจนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ประชาชนในประเทศของพวกเขาได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ ทำให้ความขัดแย้งทุกระดับภายในประเทศของพวกเขาไม่รุนแรงจนถึงขั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศชาติเหมือนอย่างที่ประเทศไทยกำลังจะเป็น

สิ่งที่อยากจะฝากไว้ให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ช่วยกันคิดและช่วยกันนำไปต่อยอดในอนาคตมีดังต่อไปนี้

หนึ่ง ประเทศไทยควรมีสถาบันการบริหารจัดการความขัดแย้งระดับชาติเป็นของตัวเอง โดยจะตั้งชื่ออะไรก็ว่ากันไป และให้มีสถานะเป็นหน่วยงานอิสระเชิงวิชาการเพื่อสามารถให้ความรู้ทั้งเชิงทฤษฎีและวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ในทุกระดับของสังคมเหมือนอย่างที่หลายประเทศพัฒนาแล้วเขาทำกัน โดยหน่วยงานที่พูดถึงควรได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลแบบเต็มที่

สอง จะต้องให้ความรู้แก่คนไทยถึงความหมายและธรรมชาติของความขัดแย้งว่า เป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สามารถบริหารจัดการไม่ให้เกิดความรุนแรงและความเสียหายในภาพรวมได้ และจะต้องทำให้คนไทยมองว่าความขัดแย้งสามารถแปรเปลี่ยนสภาพเป็นความร่วมมือและก่อให้เกิดผลดีในเชิงบวกได้

สาม จะต้องทำให้คนไทยรู้ว่าวิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งมีความเป็นกระบวนการ มีขั้นตอน และมีการวางแผนกลยุทธ์เหมือนกับการบริหารจัดการธุรกิจหรือการบริหารจัดการประเทศชาติทั่วไป

สี่ จะต้องทำให้คนไทยทราบว่ามีเครื่องมือในการบริหารจัดการความขัดแย้งที่คนไทยจะต้องเรียนรู้ไว้เป็นทักษะติดตัวในการบริหารจัดการความขัดแย้ง เช่น การเจรจาต่อรอง การไกล่เกลี่ย การประนีประนอม ตลอดไปจนถึงวิธีการและกระบวนการสร้างประชาธิปไตยในรูปแบบต่างๆ

ห้า จะต้องทำให้คนไทยมองเห็นร่วมกันให้ได้ว่า ถ้าจะออกจากความขัดแย้ง ทุกภาคส่วนที่อยู่ในความขัดแย้งจะต้องมีความเคารพในความคิดเห็นและความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน และที่สำคัญมากที่สุดไปกว่านั้นได้แก่ จะต้องยึดเอาความสงบสุขและสันติภาพของประเทศเป็นตัวตั้ง ตัดประโยชน์ของคนเฉพาะกลุ่มออกให้หมดและหันมาสามัคคีปรองดองกันเพื่อชาติ

หก อีกประการหนึ่งที่ทุกฝ่ายต้องจำใส่ใจก็คือ การแก้ไขกฎหมายไม่ใช่เป็นทางออกของสันติภาพแบบเบ็ดเสร็จ แต่การปลุกจิตสำนึกของคนในชาติให้รักสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและรักความเป็นคนไทยนั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน