posttoday
จับมือยิงฮ.อาวุธสงครามอื้อ

จับมือยิงฮ.อาวุธสงครามอื้อ

04 พฤษภาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — ชุดปฏิบัติการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) บุกเข้าตรวจค้นทาวน์เฮาส์ย่านอ่อนนุช สามารถจับคนร้ายก่อเหตุยิงเฮลิคอปเตอร์ทหารขณะโปรยใบปลิวบริเวณที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงย่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. พร้อมกับยึดอาวุธสงครามจำนวนมาก

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ผลการสืบสวนและสอบปากคำกลุ่มผู้เป็นคนร้ายในเบื้องต้นได้ความว่า อาวุธปืนและวัตถุระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดเดียวกันกับที่ใช้ก่อเหตุขึ้นจำนวนหลายครั้งกับความไม่สงบที่เกิดอยู่ในขณะนี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันและจับกุมผู้กระทำความผิดเพิ่มขึ้น สำหรับอาวุธและวัตถุระเบิดที่ยึดได้ประกอบด้วย อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 480 นัด ปืนคาร์บิน 1 กระบอก กระสุน 115 นัด ปืนอาก้า 5 กระบอก กระสุน 247 นัด ระเบิดชนิดขว้างเอ็ม 67 จำนวน 3 ลูก ระเบิดชนิดขว้างเอ็ม 26 จำนวน 5 ลูก ลูกระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 4 ลูก ประทัดยักษ์จำนวน 27 ลูก กระสุนปืนลูกซอง 18 นัด ระเบิดขว้างสีฟ้าไม่ทราบชนิด

รวมทั้งหนังสติ๊กพร้อมลูกแก้ว ขวดแก้วบรรจุน้ำมัน 107 ใบ และเครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์ของกลุ่มเสื้อแดง อาทิ ปลอกแขน เสื้อ ธง และแผ่นซีดีปลุกระดมจำนวนมาก รวมทั้งรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสวมทะเบียนปลอม 1 คัน

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รอง ผบช.สทส. โฆษกศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) กล่าวว่า ขอยืนยันว่างบประมาณ 249 ล้านบาท ที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเงินทดรองจ่ายเบี้ยเลี้ยงค่าเดินทางของตำรวจภูธรที่เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กทม. ไม่ใช่งบเพื่อใช้ในการปฏิบัติการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงอย่างที่เป็นข่าว

พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า กรณี ศอฉ.วางกำลังตำรวจภูธร 21 กองร้อย หรือ 3,150 นาย ในที่ตั้งกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อต้องการให้สั่งการปฏิบัติได้รวดเร็ว และเน้นเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปยังจุดต่างๆ โดย ศอฉ.เป็นผู้รับผิดชอบสั่งการปฏิบัติทุกขั้นตอน และการที่เจ้าหน้าที่ต้องพกอาวุธก็เพื่อป้องกันตนเองจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม และใช้เพื่อป้องกันผู้ชุมนุมจากการถูกลอบโจมตีด้วยเช่นกัน

ด้าน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ไม่รู้สึกวิตกกังวลกับกระแสข่าวปรับเปลี่ยนรักษาราชการแทน ผบ.ตร.คนใหม่ ยังคงทำหน้าที่เต็มที่ตามนโยบายรัฐบาล ไม่รู้สึกน้อยใจ พร้อมปฏิบัติตาม แต่ต้องขึ้นกับพื้นฐานที่ไม่มีความสูญเสียต่อพี่น้องประชาชน เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังดูแลได้ และเป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีที่จะสั่งการใดๆ หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า แม้จะมีกระแสข่าว พลตำรวจเอกชื่อย่อ “ภ.” มีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ทาง พล.ต.อ.ปทีป ยังไม่ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวน เนื่องจาก สตช.มีการประเมินและตรวจสอบการทำงานข้าราชการตำรวจในทุกระดับอยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน