
ศอ.รส.เอาผิดแกนนำม็อบตัดไฟสตช.-คนทำร้ายตร.
โฆษกศอ.รส. แถลง เอาผิดแกนนำม็อบตัดไฟ สตช. และคนทำร้าย ตร. ยึดรถ กทม. ขนน้ำมัน ที่คาด นำมาจ้องป่วนด้วย
โฆษกศอ.รส. แถลง เอาผิดแกนนำม็อบตัดไฟ สตช. และคนทำร้าย ตร. ยึดรถ กทม. ขนน้ำมัน ที่คาด นำมาจ้องป่วนด้วย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 29 พ.ย. เวลา 11.00 น.พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. แถลงข่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการยกระดับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นในช่วงเย็นวันนี้ จากการวิเคราะห์ กลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามสร้างความรุนแรง ซึ่งจากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณ 23.00 น. ตำรวจเคลื่อนที่เร็ว สน.นางเลิ้ง ได้ตรวจพบรถบรรทุกขนาดใหญ่ของสำนักงานเขต กทม. ที่บรรทุกถุงทรายและถังน้ำมันจำนวนมากวิ่งจากแยกยมราช ผ่านหลานหลวงมุ่งสู่พื้นที่การชุมนุม ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบโดยผู้ขับขี่ให้การว่าจะนำถุงทรายไปถมบริเวณอนุสาวีย์ประชาธิปไตย ส่วนน้ำมันจะนำไปเติมเครื่องปันไฟ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ให้นำรถไปจอดบริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า และยังไม่ดำเนินคดีใดๆ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ศอ.รส.ได้เตือนประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมให้ระมัดระวังตัว และดูแลตัวเอง เนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้ โดยย้ำว่า ศอ.รส. ไม่ใช้ความรุนแรง แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชมนุม กปท. ได้ตัดไฟฟ้าในอาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ รพ.ตำรวจนั้น ล่าสุด ตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำผู้สั่งการ และผู้ตัดไฟแล้ว ในข้อหาร่วมกันและกระทำการด้วยประการใดๆ แก่สิ่งที่ใช้ในการส่งพลังงานไฟฟ้า หรือในการส่งน้ำจนเป็นเหตุให้ประชาชนขาดความสะดวกหรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา 234 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกกลุ่มผู้ชุมนุมยิงหนังสติ๊กใส่จนได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น ได้แจ้งความกับ สน.ปทุมวันแล้ว ในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พันบาท
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้หน่วยราชการทุกส่วนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีที่สถานที่ราชการได้รับความเสียหายจากกลุ่มผู้ชุม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







