
มวลชนบุกพรรคเพื่อไทย
ม็อบบุกเพื่อไทยไล่ยิ่งลักษณ์ ด้าน พรรคประสานตำรวจ 3 กองร้อย ตรึงกำลังเข้มงวด รับมือม็อบบุก
ม็อบบุกเพื่อไทยไล่ยิ่งลักษณ์ ด้าน พรรคประสานตำรวจ 3 กองร้อย ตรึงกำลังเข้มงวด รับมือม็อบบุก
กลุ่มมวลชนจำนวนมากในย่านเพชรบุรีตัดใหม่รวมตัวแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณที่อาคารชาญอิสสระ 2 เริ่มเคลื่อนขบวนเพื่อยื่นหนังสือต่อสถานทูตสหรัฐยืนยันความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ระหว่างทางจะแวะทำกิจกรรมเป่านกหวีดบริเวณหน้าอาคารโอเอไอซึ่งเป็นที่ทำการพรรคเพื่อไทยก่อนจะเข้าสมทบกับประชาคมอโศกได้นัดรวมตัวกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก ในเวลา 11.30 น.เพื่อร่วมกันเดินเท้าไปยังสถานทูตสหรัฐ
ขณะที่ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยมวลชนกลุ่มต่างๆ จะรวมตัวเป็นประชาคมอโศกในเวลา 11.00 น.เพื่อร่วมกิจกรรมเป่านกหวีด ครั้งที่ 5 และอ่านแถลงการณ์เพื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบจากการบริหารประเทศเอื้อประโยชน์พวกพ้อง และไม่เคารพคำตัดสินของศาล
นางศรีวรา ชาญอิสระ เจ้าของตึกชาญอิสระ ที่ร่วมขบวนเคลื่อนไหวในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า เพื่อนฝูงทั้งเพชรบุรี อโศก ทองหล่อ ได้ออกมาร่วมกัน เพื่อที่จะมาเข้าร่วมในครั้งนี้ ซึ่งเห็นการตอบรับแล้วไม่ได้แปลกใจเพราะทุกคนที่ออกมามีสามัญสำนึก และคนที่ออกมาก็ไม่ได้มีการเกณฑ์กันออกมา แต่ทุกคนมาเข้าร่วมเอง ก็อยากให้ทุกคนมาแสดงความคิดของตัวเองออกมา ใครที่ย้งอยู่บ้านก็ควรออกมาแสดงพลังของตัวเอง แสดงสิทธิของตัวเอง
หลังจากนั้น จะเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตสหรัฐฯ ถ.วิทยุ เพื่อยื่นหนังสือเปิดผนึกชี้แจงว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศอีกต่อไป เนื่องจากไม่ยอมรับอำนาจศาล ทุจริตคอร์รัปชันเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนว่าเหมาะสมที่จะอยู่ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอีกต่อไปหรือไม่ และเรียกร้องให้นักการเมืองเว้นวรรคทางการเมืองเพื่อทำการปฏิรูปการเมืองในประเทศ นอกจากนั้น ยังอาจจะเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตประเทศอื่นด้วย
อนึ่ง กลุ่มรักประเทศไทยที่ประกอบด้วยบุคลากรจากหลายสถาบัน ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ประกาศจุดยืน 3 แนวทาง ได้แก่ 1. ร่วมมือกับมหามวลชนในการแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ ปราศจากอาวุธ และร่วมขบวนการอารยะขัดขืนทุกรูปแบบ 2. เปิดโปงความเลวร้ายของระบอบทักษิณต่อนานาชาติทั่วโลก และ 3. แสดงจุดยืนเรียกร้องรัฐบาลอย่าได้ลุแก่อำนาจ
12.30 น. กลุ่มคนรักชาติ ซึ่งประกอบด้วยนักุรกิจ พนักงาน และประชาชนย่านถนนเพชรบุรี ประมาณ 1,000-1,500 คน เดินขบวนจากอาคารชาญอิสระ 2 มาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย เต็มพื้นที่ถนนเพชรบุรีฝั่งมุ่งหน้าประตูน้ำ 3 ช่องจราจร และกินพื้นที่มาถึงถนนอีกด้านจนรถสัญจรได้1ช่องจราจรเท่านั้น
ผู้ชุมนุมเป่านกหวีดและตะโกนว่า "ยิ่งลักษณ์ออกไปๆ" จากนั้นแกนนำอ่านแถลงการณ์โจมตีการทำงานของรัฐบาล การออกพรบ.นิรโทษกรรม เรื่องนโยบายเกี่ยวกับเขาพระวิหาร การออกพรบ.กู้เงิน 2.2ล้านล้านบาท ตลอดจนการทุจริตคอรัปชั่นและการใช้อำนาจในสภาเพื่อพรรคพวกของตน
เวลา 13.45 น. ผู้ชุมนุมพร้อมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นทยอยแยกย้ายกลับ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงแจ้งผู้ชุมนมว่าที่ทำการพรรคเพื่อไทยปิดทำการตั้งแต่วันที่ 28พ.ย.ที่ผ่านมาและไม่มีใครอยู่ในอาคาร ขอชื่นชมผู้ชุมนุมที่มาชุมนุมอย่างสงบ เป็นความสวยงามของประชาธิปไตย และยืนยันว่าปฎิบัติกับผู้ชุมนุมทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้ผู้ชุมนุมตะโกนสวนว่า "ขี้ข้าๆ" เป็นระยะ
ก่อนหน้านี้ บรรยากาศที่ทำการพรรคเพื่อไทยตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมาสถานการณ์ยังเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดยมีการนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณทางขึ้นพร้อมติดป้ายปิดทำการและมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปจ.จาก สน.มักกะสัน ตรึงกำลังบริเวณโดยรอบ และมีการเตรียมรถขยายเสียง รถควบคุมผู้ต้องหาไว้ รวมถึงทางพรรคก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราเข้มงวดรอบพรรค ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการวางกำลังไว้ทั้งหมดที่ทำการพรรค จำนวน 3 กองร้อย และกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมในที่ตั้งอีก 8 กองร้อย
พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาตรวจกำลังและวางแผนที่ ทก.พรรคเพื่อไทยพร้อมหารือร่วมกับพื้นที่และเจ้าหน้าที่พรรคอีกทั้งได้หารือกับเจ้าหน้าที่อาคารสำนักงานติดกับที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพราะที่ผ่านมามีพนักงานออฟฟิศจากตึกใกล้เคียงลงมาสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีการหารือเพื่อวางมาตรการป้องกันเหตุ
รองผบช.น.ระบุการใช้กำลังทั้งหมดก็เป็นไปตามสถานการณ์ซึ่งเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนก็จะมีการเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งหากมีการตัดไฟในจุดนี้เชื่อว่าทางพรรคน่าจะมีไฟสำรองอยู่
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการข่าวทราบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการที่จะยึดที่ทำการพรรคเพื่อไทย และตัดน้ำตัดไฟ นอกจากนี้ยังทราบว่าจะมีพนักงานที่ทำงานในบริเวณนี้จะเข้าร่วมสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาด้วย จึงต้องเตรียมความพร้อม และป้องกันอย่างเต็มที







