posttoday
คลังให้อำนาจผู้ว่าฯ จ่ายเงินทดรองราชการ 50 ล้านบาท รับมือภัยแล้ง

คลังให้อำนาจผู้ว่าฯ จ่ายเงินทดรองราชการ 50 ล้านบาท รับมือภัยแล้ง

03 พฤษภาคม 2553

กระทรวงการคลังมอบอำนาจให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถจ่ายเงินทดรองราชการ 50 ล้านเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง

กระทรวงการคลังมอบอำนาจให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถจ่ายเงินทดรองราชการ 50 ล้านเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง

นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์   รมช. คลัง ได้เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีภัยแล้ง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ พ.ศ.2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  จังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการที่อยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 50 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยการจัดหาน้ำสำหรับบริโภคและใช้สอย จัดหาและซ่อมแซมภาชนะรองรับน้ำบ่อบาดาลและบ่อน้ำตื้นตลอดจนจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น  สำหรับยานพาหนะบรรทุกน้ำของทางราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนที่นำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย

"วงเงินช่วยเหลือ 50 ล้านบาทดังกล่าว ถือเป็นวงเงินสำหรับการช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยแต่ละครั้งหรือแต่ละเหตุการณ์ หากมีความจำเป็นต้องใช้เกินจากที่กำหนดก็สามารถขอขยายวงเงินทดรองราชการจากกรมบัญชีกลางได้"   นายพฤฒิชัยกล่าว  

นอกจากนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้ กรมยังได้มีมาตรการเพิ่มเติมกล่าวคือ ผ่อนผันหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงิน โดยอนุมัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น        

 สำหรับเครื่องจักรกลของทางราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเอกชนที่นำมาใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโดยสมัครใจและไม่คิดมูลค่า โดยคำนึงถึงความจำเป็นและประหยัด เป็นกรณีพิเศษ และ กำหนดแบบรายงานการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้จังหวัดที่มีความจำเป็นต้องขอขยายวงเงินทดรองราชการแจ้งข้อมูลตามแบบรายงาน ซึ่งจำนวนเงินที่ใช้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2552 เป็นจำนวนเงิน 2,034.5 ล้านบาท สำหรับขณะนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2553 (1 ตุลาคม 2552 – 23 เมษายน 2553) มีการเบิกจ่ายเป็นจำนวนเงิน 670.5 ล้านบาท        

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดตามข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย มีจังหวัดที่ประสบภัย 60 จังหวัดแบ่งเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ19 จังหวัด ภาคกลาง 9 จังหวัด ภาคใต้ 8 จังหวัด   และภาคตะวันออก 7 จังหวัด โดยมีผู้ประสบภับ 7.2 ล้านคน หรือ 1.9 ล้านครอบครัว กระทบพื้นที่การเกษตรรวม 5.8 แสนไร่ แบ่งเป็น พืชไร่ 3.8 แสนไร่ นาข้าว 0.7 แสนไร่ และพืชสวนและอื่น ๆ 1.3 แสนไร่    

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI