
ปูสุดขั้ว สุเทพสุดขีดประเทศเจอซอยตัน
ประเทศไทยกำลังเจอซอยตันเพราะรัฐบาลก็ไม่ขยับ กลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณ นำโดยคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ไม่ระย่อ
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
ประเทศไทยกำลังเจอซอยตันเพราะรัฐบาลก็ไม่ขยับ กลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณ นำโดยคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ไม่ระย่อ
คุณสุเทพ วางเป้าหมาย 6 ประการ ให้คนออกไปช่วยหยุดระบอบทักษิณ
มันเป็นข้อเสนอที่ใครๆ ก็อยากจะได้ทั้งหมด โดยเฉพาะการผ่าตำรวจ ปฏิรูปบ้านเมืองและต้านคอร์รัปชั่น เกาถูกที่คันจริงๆ
คุณสุเทพบอกเป้าหมายชัดแต่กระบวนการไม่ค่อยชัด
“แช่แข็งนักการเมือง แต่ไม่แช่แข็งประเทศไทย” คุณสุเทพ บอกอย่างนั้น
โดยรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าจะแช่แข็งนักการเมือง คนพวกนี้ต้องโดนถอดถอนหรือหยุดรัฐธรรมนูญ
ที่สำคัญคือ สภาปฏิรูปโดยประชาชนจะมาจากไหน ถ้าไม่หยุดรัฐธรรมนูญ
หยุดรัฐธรรมนูญอาจจะเป็นคำไพเราะ พูดตรงๆ คือ ปฏิวัติหรือรัฐประหารหรือเปล่า
ฤาเรากำลังจะมีการปฏิวัติหรือรัฐประหารโดยประชาชน
นี่คือ สิ่งที่คุณสุเทพแย้มๆ มาตั้งแต่วันก่อนหรือเปล่าว่า จะเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนในโลกมาก่อน
ถ้าประชาชนจะปฏิวัติจะทำยังไง
ยึดกลไกการบริหารของรัฐผ่านการบริหารราชการส่วนกลางคือ กระทรวงต่างๆ และการบริหารราชการส่วนภูมิภาคคือ จังหวัด จึงให้ไปช่วยกันยึดกระทรวงและศาลากลางจังหวัด แค่นั้นจะพอไหม หรือจะมีมาตรการใหม่ๆ ออกมาอีก หรือนี่คือ แค่จุดเริ่มต้น
การยึดกลไกการบริหารของรัฐ เช่น กระทรวงการคลัง หรือปลดแอกข้าราชการออกจากระบอบทักษิณต้องอาศัยประชาชนจำนวนมาก ถ้าจำนวนไม่พอก็ทำได้ชั่วครั้งคราวดังที่เห็นได้จากปิดกระทรวงแล้ว หลายแห่งเอาคนทิ้งไว้ไม่ได้เพราะคนไม่พอ แต่ผลที่ได้หากแต่มองไม่เห็นนั้นน่าจะใหญ่หลวงกว่า
การที่ข้าราชการชั้นผู้น้อยจำนวนมากเปิดประตู หรือโบกธง เป่านกหวีดต้อนรับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ทนต่อระบบเล่นพรรค เชลียร์นักการเมือง วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งนั้นเป็นความอยุติธรรม หรือการทุจริตคอร์รัปชั่น ฯลฯ อีกต่อไป
ผลที่มองไม่เห็นนี้จะไพศาลกว่าการยึดที่ทำการของทางการนักแต่กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้หรือเปล่า ยังไม่มีใครทราบ
รัฐบาลเล่นบท “ปูเฉย” นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้เคารพหลักนิติธรรม เรียกร้องให้นายสุเทพใช้กระบวนการปฏิรูปการเมือง ซึ่งอ้าปากมาทุกคนก็รู้ว่าหาสาระสำคัญอะไรไม่ได้
เหตุเพราะรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเองไม่เคารพหลักนิติธรรมในเรื่องถึงบานปลายมาขนาดนี้
การเรียกร้องให้คนอื่นเคารพในหลักนิติธรรม จึงเป็นการพูดในสิ่งตนเองไม่เชื่อ วาจานั้นจึงไม่ต่างอะไรกับการผายลม
ส่วนกระบวนการปฏิรูปนั้นเล่า แม้จะมีนักวิชาการทางด้านนิติศาสตร์กลุ่มหนึ่งเสนอกระบวนการให้สองฝ่ายมาทำสัญญาประชาคมต่อคนกลางว่า จะปฏิรูปกันอย่างไรแต่รัฐบาลก็ไม่สนใจ แม้นายกฯ เสนอเรื่องปฏิรูปแต่เธอก็ไม่เคยพูดชัดว่า การปฏิรูปนั้นคืออะไร
มันไม่ชัดพอๆ กับที่มาของสภาปฏิรูปประชาชนของสุเทพนั้นล่ะ
เป้าหมายจริงๆ ของรัฐบาลคือ การยื้ออำนาจรัฐไว้ในมือไว้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ตามคำสั่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เหตุผลสั้นๆ คือ เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนไม่มากพอสุดท้ายก็อาจจะอ่อนแรงลง และวันไหนถ้าจับคุณสุเทพและคณะยัดคุกได้ ท้ายขบวนก็จะฝ่อลงเอง
เหตุผลสั้นๆ ต่อไป คือ ถ้ารัฐบาลประกาศยุบสภา หรือนายกฯ ประกาศลาออก อำนาจของรัฐบาลจะลดฮวบลงไม่เหมือนกับการมีสถานะรัฐบาลปกติ
เหตุผลสั้นๆ ที่รัฐบาลนี้จะไม่ยุบสภาง่ายๆ คือ ถ้ายุบสภาแล้วเกิดจู่ๆ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติชี้มูลตูมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของวุฒิสมาชิก เพื่อไทยไม่ตายยกเข่งรึ
ไม่นับว่ากลุ่มที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองอีก 109 คน ยังไม่ถูกปลดปล่อยจนกว่าจะถึงวันที่ 2 ธ.ค. และถึงปลดปล่อยแล้วจะลงเลือกตั้งได้ก็ต้องหาพรรคสังกัดและเป็นสมาชิกพรรคนั้นก่อนไม่น้อยกว่า 30 วันอีก ฯลฯ
เหล่านี้จะยุบไปทำไมให้เหนื่อยเปล่า สู้รอกลุ่มผู้ชุมนุมอ่อนแรงแล้วจับคุณสุเทพกับคณะง่ายกว่าเยอะ
ระหว่างนี้นายกฯ ก็อาโนเนะไปเรื่อยๆ แกนนำเสื้อแดงก็ชุมนุมปราศรัยที่สนามราชมังคลากีฬาสถานไปเรื่อยๆ
เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์เล่นสุดขั้ว ทำหูทวนลมไม่รู้ไม่เห็นพลังของชาวบ้านที่ออกมามากมายที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นคุณสุเทพที่ต้องดิ้นรนสุดขีดที่จะต้องหาทางล้มระบอบทักษิณให้ได้โดยไม่แป้ก
ระหว่างนี้จึงไม่มีที่ว่างสำหรับคนกลางและการเจรจา
เละเท่าไหร่ก็เป็นต้นทุนที่ทุกคนในประเทศนี้ต้องช่วยกันรับ
คุณสุเทพตั้งเงื่อนไขไว้แล้วว่า ยุบสภาหรือลาออกก็ไม่เจรจา จุดหมายเดียวของเขาคือ การล้มระบอบทักษิณ
งานนี้อำนาจนอกระบบทั้งหลายติดไฟแดง ใครจะแพ้จะชนะ เวลาจะเป็นผู้ตัดสิน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะอึดกว่าใคร







