
"ปู"ยันไทยไม่มีระบอบทักษิณ
นายกฯ ย้ำ รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงดูแลม็อบ จ่อถกปลัดกระทรวงรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมจ่อบุก วอนหันหน้าคุยหาทางออก ลั่นประเทศ - ประชาชนเจ็บปวด ยันไทยไม่มีระบอบทักษิณ
นายกฯ ย้ำ รัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงดูแลม็อบ จ่อถกปลัดกระทรวงรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมจ่อบุก วอนหันหน้าคุยหาทางออก ลั่นประเทศ - ประชาชนเจ็บปวด ยันไทยไม่มีระบอบทักษิณ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ ประกาศจะบุกอีก 14 กระทรวงในวันนี้ (26 พ.ย.) ทั้งที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงว่า วัตถุประสงค์การขยายพื้นที่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น เพื่อที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานปกป้องสถานที่ราชการได้ ไม่ได้เป็นการทำร้ายประชาชน ซึ่งอยากใช้วิธีสันติ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ต้องการใช้ความรุนแรง และไม่มีอาวุธ เรื่องจากรัฐบาลมาจากประชาชน และขอให้เจ้าหน้าที่ใช้ความอดทน ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงขอความกรุณา และขอร้องผู้ชุมนุมอย่าปิดสถานที่ราชการต่างๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบเสียหายต่อส่วนรวม ขณะเดียวกันเห็นว่า ผู้ชุมนุมที่เห็นต่างควรที่จะมีการพูดคุยกันกับรัฐบาล ซึ่งได้มีการเปิดเวทีในการพูดคุยไว้แล้ว ข้อเสนอใดที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ยินดีให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ได้ย้ำ กับทางผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดูแลปกป้องสถานที่ราชการ
ขณะที่ในวันนี้ (26 พ.ย.) ได้เรียกประชุมปลัดกระทรวงทุกกระทรวง เพื่อตรวจสอบในเรื่องของรายละเอียด และการทำให้หน่วยงานราชการสามารถดูแล และบริการประชาชนได้เหมือนเดิม
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ไม่เข้าใจระบอบทักษิณ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะล้ม และเห็นว่าระบอบทักษิณไม่มีในประเทศไทย มีเพียงระบอบประชาธิปไตย สำหรับการตั้งสภาประชาชน จะเกิดขึ้นได้ต้องมีเรื่องของข้อกฎหมายต่างๆ และทำงานร่วมกับรัฐบาล จึงอยากเห็นการพูดคุยเจรจากัน เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ส่วนที่ผู้ชุมนุมไม่รับฟัง เรื่องจากล้ำเส้นการเจรจามาแล้วนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "เราต้องยืนในหลักสันติ อย่าถือว่าการล้ำเส้นจะมีใครชนะ หรือแพ้ เพราะวันนี้ไม่มีใครชนะ หรือแพ้ มีแต่ประเทศ ประชาชนคนไทยที่เจ็บปวด วันนี้รัฐบาลไม่มีทิฐิใดๆ ทั้งสิ้น"
ทั้งนี้กรณีที่นายสุเทพ ประกาศว่าจะไม่เจรจากับรัฐบาล และไม่รับอำนาจศาลในการออกหมายจับ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างน้อยต้องมีกฎ กติกาในการยึดเป็นหลัก จึงขอความเห็นใจต่อความเชื่อมั่นของประเทศ เพราะขณะนี้หลายๆ ประเทศมีการส่งสัญญาณเตือนมายังประเทศไทย รวมถึงความเสียหายทาลด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบความเชื่อมั่นของประชาชน อย่างไรก็ตาม ยังเห็นว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง ยังสามารถใช้ควบคุมสถานการณ์ได้ จึงยังไม่จำเป็นต้องประกาศใช้กฎหมายอื่น







