posttoday
ต่างชาติตื่น "ม็อบคนกรุง" รัฐอัมพาตทั้งศก.-การเมือง

ต่างชาติตื่น "ม็อบคนกรุง" รัฐอัมพาตทั้งศก.-การเมือง

26 พฤศจิกายน 2556

นับตั้งแต่การประท้วงนองเลือดของกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์เมื่อปี 2010 ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่ความขัดแย้งทางการเมืองของไทย

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

นับตั้งแต่การประท้วงนองเลือดของกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์เมื่อปี 2010 ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่ความขัดแย้งทางการเมืองของไทย จะได้รับการจับจ้องจากทั่วโลกเท่ากับการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในครั้งนี้ ซึ่งสื่อต่างชาติส่วนใหญ่ต่างระบุเป็นทิศทางเดียวกันว่า เป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางผู้ชุมนุมครั้งประวัติศาสตร์กว่าแสนคนที่บุกยึดท้องถนนทั่วกรุงเทพฯ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่ต่างชาติจับตาไปที่ทิศทางของการชุมนุมว่าจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ในขณะเดียวกันสื่อและบรรดานักลงทุนทั่วโลกต่างก็เพิ่มแรงกดดันจับตาไปยังรัฐบาลยิ่งลักษณ์มากขึ้นด้วยว่า “รัฐบาลไทยจะรับมือปัญหาการเมือง ไปพร้อมกับการบริหารเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้อย่างไร”

หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า ค่าเงินบาทไทยร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ พร้อมกับตลาดหุ้นที่ดิ่งลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีผลประกอบการต่ำสุดเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียในเดือนนี้

“ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศไทยกำลังดิ่งลงอย่างฮวบฮาบในขณะนี้ และการชุมนุมประท้วงที่กำลังเกิดขึ้น ก็ตอกย้ำถึงความกังวลที่นักลงทุนต่างชาติมีต่อประเทศไทยได้เป็นอย่างดี” บาร์นาบาส กาน นักวิเคราะห์จากธนาคารโอเวอร์ซีส์ ไชนีส แบงก์กิ้ง คอร์ป กล่าว

เหตุที่ทำให้ต่างชาติกังวลต่อทิศทางของประเทศไทยเช่นนี้ นอกจากจะเป็นเพราะสถานการณ์ทางการเมืองไทยแล้ว ยังเป็นเพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ที่เติบโตได้เพียง 2.7% เท่านั้น หรือต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจที่น่ากังวลนอกเหนือไปจากโครงการรับจำนำข้าวของไทย ที่ถูกนักวิเคราะห์และองค์กรเศรษฐกิจระหว่างประเทศวิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดนั้น บริษัทวิจัยข้อมูลการตลาด ไอเอฟอาร์ มาร์เก็ตส์ ซึ่งอยู่ในเครือของบริษัท ทอมป์สัน รอยเตอร์ส ออกโรงวิจารณ์ว่า โครงการออกพันธบัตร 7.5 หมื่นล้านบาท ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อนำเงินมาสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าวนั้น อาจไม่ได้รับผลตอบรับเท่าที่ควร แม้จะมีการค้ำประกันจากรัฐ เนื่องจากมีความกังวลต่อทั้งโครงการรับจำนำข้าว และวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยที่กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บรรดาสื่อต่างชาติยังตั้งข้อสังเกตเชิงวิเคราะห์ทางการเมืองเอาไว้อย่างน่าสนใจด้วยว่า การประท้วงครั้งใหญ่ที่ทำให้หลายฝ่ายหวนนึกถึงบรรยากาศของวิกฤตการณ์ปี 2010 จะกลายเป็น “จุดเปลี่ยนของประเทศไทย” อีกครั้งหรือไม่

รอยเตอร์สได้ระบุถึงความเห็นของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองไทยหลายราย ซึ่งให้มุมมองว่า การชุมนุมทางการเมืองที่ยากต่อการคาดการณ์ผลลัพธ์ครั้งนี้ อาจยังไม่สุกงอมเพียงพอสำหรับ “ทหาร” ที่จะยื่นมือเข้ามาอีกครั้ง

“ปัญหาการเมืองไทยครั้งนี้ยังไม่ได้มาถึงจุดวิกฤตมากพอเหมือนกับเมื่อปี 2006 ดังนั้นจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักหากทหารจะยื่นมือเข้ามาแทรกแซงในจังหวะนี้ ซึ่งคุณสุเทพก็รู้ดี และฝ่ายค้านอาจรอกระบวนการแทรกแซงจากฝั่งตุลาการมากกว่า” สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

ขณะที่เว็บไซต์อัลจาซีรา ระบุว่า แม้การชุมนุมทางการเมืองครั้งนี้จะมีผู้ชุมนุมจำนวนมหาศาล จนเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ทว่าก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า จะมีบทสรุปอย่างไรหากการเมืองไทยกลับไปนับหนึ่งที่การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่วัฏจักรเดิมของพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง

เรียกได้ว่า รัฐบาลกำลังเผชิญศึกหนักและการจับจ้องจากทั่วโลกไปพร้อมกันว่า จะแก้ปัญหาการเมืองและเดินหน้าเศรษฐกิจประเทศให้มีอนาคตไปพร้อมกันได้อย่างไร

หากไม่สามารถผ่าทางตันการเมืองที่รัฐบาลเป็นฝ่ายจุดชนวนขึ้นมารอบใหม่ได้ ดูเหมือนเศรษฐกิจไทยก็อาจจะไร้ซึ่งความหวังยาวต่อไปจนถึงปีหน้านี้เช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI