
การสว่างวาบของดาวเทียมอิริเดียม
สถานีอวกาศนานาชาติและดาวเทียมอีกมากกว่า 100 ดวง เป็นวัตถุท้องฟ้าที่เราสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า
สถานีอวกาศนานาชาติและดาวเทียมอีกมากกว่า 100 ดวง เป็นวัตถุท้องฟ้าที่เราสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดาวเทียมเหล่านี้ดูเหมือนดาวทั่วไป แต่เคลื่อนที่ได้ ละติจูดของประเทศไทยจะมีโอกาสเห็นดาวเทียมได้เฉพาะในช่วงเวลาหัวค่ำหรือเช้ามืด เนื่องจากเป็นช่วงที่มีแสงอาทิตย์ตกกระทบดาวเทียม และผู้สังเกตบนพื้นโลกก็อยู่ในซีกโลกด้านกลางคืน ซึ่งท้องฟ้ามืดลงพอสมควรแล้ว
สถานีอวกาศนานาชาติมีขนาดใหญ่และอยู่ต่ำ จึงสว่างมาก สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายแม้อยู่ในใจกลางเมืองใหญ่ ดาวเทียมดวงอื่นๆ ก็สว่างพอจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่สำหรับคนในเมืองที่มีมลพิษในอากาศและมลพิษทางแสงรบกวนแล้ว ส่วนใหญ่จะเห็นได้ยาก เนื่องจากสว่างน้อยกว่าสถานีอวกาศ
ดาวเทียมอิริเดียม (Iridium) เป็นดาวเทียมกลุ่มที่ปกติสว่างน้อย แต่จะสว่างวาบขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นๆ ดูคล้ายดาวตก แต่เคลื่อนที่ช้ากว่า บางครั้งสว่างกว่าสถานีอวกาศนานาชาติ หรือสว่างกว่าดาวศุกร์ที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ในเวลาหัวค่ำเสียอีก
ดาวเทียมอิริเดียมมีหลายดวง ที่ใช้งานปกติมี 66 ดวง และมีดาวเทียมสำรองอีกจำนวนหนึ่งเพื่อไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน ดาวเทียมกลุ่มนี้อยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 780 กิโลเมตร ใช้ในเครือข่ายให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม ระนาบวงโคจรของดาวเทียมอยู่ในแนวเกือบตั้งฉากกับระนาบศูนย์สูตรโลก จึงโคจรผ่านเหนือขั้วโลก โดยแผ่กระจายเป็น 6 วง แต่ละวงมีดาวเทียม 11 ดวง
เดิมมีการออกแบบให้มีดาวเทียมอิริเดียมใช้งานพร้อมกัน 77 ดวง อันเป็นที่มาของชื่อ ตามเลขเชิงอะตอมของธาตุอิริเดียม แต่ภายหลังลดเหลือ 66 ดวง เนื่องจากเพียงพอแล้วที่จะสามารถให้บริการได้ครอบคลุมทั่วโลก
วันที่ 10 ก.พ. 2552 ได้เกิดอุบัติเหตุกลางอวกาศ เมื่อดาวเทียมอิริเดียม 33 ชนกับดาวเทียมคอสมอส 2251 ของรัสเซีย โดยพุ่งชนในแนวเกือบตั้งฉากกันด้วยความเร็วสัมพัทธ์สูงถึง 11.7 กิโลเมตรต่อวินาที (42,120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขณะโคจรอยู่เหนือไซบีเรีย และได้ก่อให้เกิดขยะอวกาศจำนวนมาก
ดาวเทียมอิริเดียมมีแผงเสาอากาศขนาดประมาณบานประตูจำนวน 3 แผง แผงนี้สะท้อนแสงได้ดี เมื่ออยู่ในมุมที่เหมาะสมจะสะท้อนแสงอาทิตย์ลงมาที่พื้นโลก หากเราอยู่ตรงตำแหน่งที่แสงสะท้อนลงมาพอดี ก็จะเห็นดาวเทียมสว่างวาบนาน 1030 วินาที
รายงานการสว่างวาบของดาวเทียมอิริเดียมในกลุ่มของนักดาราศาสตร์สมัครเล่นมีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2540 หลังจากนั้นปรากฏการณ์นี้ก็ได้รับความสนใจและสร้างความประทับใจให้กับนักดาราศาสตร์สมัครเล่นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบดูดาวเทียม แต่การสว่างวาบของดาวเทียมอิริเดียมก็อาจสร้างปัญหาได้สำหรับการถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้า หรืองานวิจัยทางดาราศาสตร์ที่ไม่ต้องการวัตถุแปลกปลอมหรือแสงรบกวน บางครั้งแสง ที่สว่างจ้าก็ทำความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้รับแสงที่มีความเข้มสูง
ดาวเทียมอิริเดียมมีทิศทางการวางตัวในอวกาศที่แน่นอน คือ แกนของดาวเทียมอยู่ในแนวดิ่งเสมอ และเราทราบวงโคจรของดาวเทียมอิริเดียมแต่ละดวง จึงมีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับพยากรณ์การสว่างวาบของดาวเทียมอิริเดียมให้สามารถเตรียมตัวดูได้ล่วงหน้า
แหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับการดูดาวเทียมอิริเดียม คือ เว็บไซต์ http://www.heavensabove.com โดยเราต้องระบุเมืองหรือพิกัดของผู้สังเกต แล้วคลิกเลือก Iridium Flares จากรายการ ซึ่งจะแสดงตารางข้อมูล บอกวัน เวลา ความสว่าง ตำแหน่งที่ปรากฏของดาวเทียมบนท้องฟ้า ระยะห่างของเราจากจุดที่เห็นดาวเทียมสว่างที่สุด และมุมเงยของดวงอาทิตย์ (ค่าน้อยกว่าศูนย์ แสดงว่าดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น หรือตกลับขอบฟ้าไปแล้ว)
ความสว่างของดาวเทียมบอกเป็นโชติมาตรหรืออันดับความสว่าง (Magnitude) ยิ่งมีค่าน้อยยิ่งสว่าง ขณะนี้ดาวศุกร์มีโชติมาตรประมาณ 4.8 ดาวพฤหัสบดีมีโชติมาตรประมาณ 2.6 บางครั้งหากเราอยู่ตรงแนวกึ่งกลางของแสงสะท้อนจะสามารถเห็นดาวเทียมอิริเดียมสว่างที่สุดได้ถึงโชติมาตร 8 หรือสว่างกว่าดาวศุกร์หลายสิบเท่า
ยกตัวอย่างผลการคำนวณบนเว็บไซต์ดังกล่าวของสัปดาห์นี้ บริเวณใจกลางกรุงเทพฯ จะเห็นการสว่างวาบของดาวเทียมอิริเดียมในวันจันทร์ที่ 25 พ.ย. 2556 เวลา 19.27 น. โดยปรากฏทางทิศใต้ มุมเงย 20 องศา โชติมาตรประมาณ 6.7 แสดงว่าสว่างกว่าดาวศุกร์ (ผลการคำนวณเมื่อเช้าวันที่ 22 พ.ย. เมื่อใกล้วันควรตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) นอกจากข้อมูลที่เป็นตารางแล้ว ยังสามารถคลิกให้แสดงแผนที่สำหรับบอกตำแหน่งดาวเทียมบนท้องฟ้า
บริเวณที่เห็นการสว่างวาบของดาวเทียมอิริเดียม อยู่ในอาณาเขตที่ไม่กว้างมากนัก การพยากรณ์ดาวเทียมอิริเดียมจึงเป็นการพยากรณ์เฉพาะสถานที่ ผลการพยากรณ์สำหรับสถานที่หนึ่งจะไม่สามารถใช้ได้กับสถานที่อื่น หากคุณผู้อ่านสนใจ ต้องเข้าไปยังเว็บไซต์ดังกล่าว แล้วกำหนดให้แสดงผลการพยากรณ์สำหรับตำแหน่งที่ตนเองอยู่
นอกเหนือไปจากดาวเทียมอิริเดียม เว็บไซต์นี้ยังให้ข้อมูลสำหรับการสังเกตสถานีอวกาศนานาชาติ ดาวเทียมดวงอื่นๆ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย และดาวหางอีกด้วย
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (24 พ.ย.1 ธ.ค.)
ดาวศุกร์เป็นดาวสว่างเด่นสะดุดตาอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก ขณะนี้อยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู เริ่มเห็นได้ตั้งแต่เวลาที่ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท และตกลับขอบฟ้าก่อน 3 ทุ่มเล็กน้อย ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ เริ่มเห็นอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก ที่มุมเงย 10 องศา ตั้งแต่เวลา 3 ทุ่มครึ่ง จากนั้น จะเคลื่อนสูงขึ้นไปอยู่กลางฟ้าในเวลาตี 3 ครึ่ง ก่อนคล้อยต่ำลงไปอยู่ทางทิศตะวันตก ในเวลาเช้ามืด
ดาวอังคารออกจากกลุ่มดาวสิงโตเข้าสู่กลุ่มดาวหญิงสาว ขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าราวตี 2 จากนั้นทำมุมสูง 50 องศา ในเวลาเช้ามืด ดาวพุธอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกขณะฟ้าสาง ขณะนี้เคลื่อนกลับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น ดาวเสาร์เริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศเดียวกัน ดาวเสาร์จะผ่านใกล้ดาวพุธในวันที่ 26 พ.ย. ห่างเพียง 0.3 องศา (ราวครึ่งหนึ่งของขนาดดวงจันทร์ที่เห็นบนฟ้า) หากขอบฟ้าทิศนี้เปิดโล่ง และไม่มีเมฆหมอกบัง อาจเห็นเป็นดาวสว่างคู่กันอยู่เรี่ยขอบฟ้า โดยดาวพุธสว่างกว่าและอยู่ทางขวามือของดาวเสาร์
สัปดาห์นี้เป็นข้างแรม ดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด เห็นสว่างครึ่งดวงในวันที่ 26 พ.ย. เช้ามืดวันนั้นดวงจันทร์อยู่ทางขวามือ เยื้องไปทางด้านล่างของดาวหัวใจสิงห์ ซึ่งเป็นดาวสว่างในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะ 6 องศา วันที่ 28 พ.ย. ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวอังคารที่ระยะ 8 องศา วันที่ 30 พ.ย. จันทร์เสี้ยวอยู่ต่ำกว่าดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวที่ระยะห่าง 4 องศา จากนั้นวันที่ 1 ธ.ค. จะเห็นจันทร์เสี้ยวบางๆ อยู่เหนือดาวเสาร์ที่ระยะห่าง 6 องศา







