
แดงนัดชุมนุมใหญ่ 24 พ.ย.ราชมังคลาฯ
แกนำนปช.แถลงนัดชุมนุมใหญ่ 24 พ.ย. ราชมังคลาฯ ป้องรัฐบาล ยืนยันไม่ปะทะม็อบราชดำเนิน
แกนำนปช.แถลงนัดชุมนุมใหญ่ 24 พ.ย. ราชมังคลาฯ ป้องรัฐบาล ยืนยันไม่ปะทะม็อบราชดำเนิน
เวลา 11.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.พร้อมด้วย นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช.ประกาศระดมมวลชน ร่วมชุมนุมในวันที่ 24 พย.2556 เวลา 18.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ภายใต้ชื่อ"รัฐถูกประหารโดยศาลรัฐธรรมนูญ" เพื่อร่วมต่อสู้โดยชอบธรรม ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยกำลังถอยหลังลงคลอง จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ใช้อำนาจอำมาตย์ ให้องค์อิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ปล้นรัฐธรรมนูญแบบลับๆจากประชาชน จึงขอให้ประชาชน คนเสื้อแดง จากกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงเตรียมตัวเดินทางเข้าร่วมชุมนุม เบื้องต้นจะปักหลักชุมนุมโดยไม่มีกำหนด เพื่อรอดูท่าทีจากกลุ่มผู้ชุมนุมราชดำเนิน ซึ่งยืนยันจะเป็นการชุมนุมในที่ตั้ง สงบ สันติ และไม่มีการนำมวลชน ไปชนกับม็อบราชดำเนินอย่างแน่นอน
นางธิดา กล่าวว่ารัฐถูกรัฐประหารโดยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ในฐานะเราเป็นพลังประชาธิปไตย ที่กำลังถูกระบอบอำมาตย์เข้าครอบงำโดยอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นขอให้มวลชนออกมาร่วมต่อสู้ด้วยใจ ไม่อย่างนั้นประชาธิปไตยที่เราได้มาจะหมดไป
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระดมกลุ่มนักเรียนอาชีวะเข้าร่วมชุมนุม โดยอาจารย์จะเป็นผู้ให้คะแนนนั้น ทาง นปช.ข้อเปิดเผยข้อเท็จจริงว่า กลุ่มอาชีวะอยู่ได้เพราะพรรคเพื่อไทย เนื่องจากสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ไม่มีการสนับสนุนอาชีวะ และพยายามผลักดันให้อาชีวะอยู่ใน ระบบของเอกชน จะเห็นได้ว่า จากการสำรวจระดับการศึกษา อาชีวะไม่เคยติดอันดับโลก แต่พอถึงสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้มีการยกระดับอาชีวะให้เห็นอย่างชัดเจน จึงอยากให้กลุ่มอาจารย์ นักเรียนอาชีวะ ทบทวนก่อนออกมาร่วมชุมนุม
นอกจากนี้ นายจุตพร กล่าวว่าหลังจากที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก6ต่อ3ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของสว.เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมกับมีมติ 5ต่อ4เสียงเห็นว่าการแก้ไขดังกล่าวเป็นกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการ ปักลิ่มมาตั้งแต่ต้น จากนั้นจะมีการส่งไม้ต่อ ให้กับ ปปช. ดำเนินการกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจแทรกแซงฝ่ายนิติบัญยัติ คำวินิจฉัยดังกล่าวเปรียบเสมือนการเขียนคำสั่งรัฐประหาร







