posttoday
ส่งออกร่วงเรื่องที่รัฐบาลไม่ใส่ใจ

ส่งออกร่วงเรื่องที่รัฐบาลไม่ใส่ใจ

20 พฤศจิกายน 2556

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับประมาณการผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับประมาณการผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายเหลือเพียง 3% โดยยืดอกรับว่าปัจจัยที่มีผลกระทบต่อจีดีพีในปีนี้มากที่สุดคือภาคส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว มูลค่าส่งออกในรูปเงินดอลลาร์ไม่เพิ่มขึ้น การส่งออกในปีนี้จะขยายตัว 0% ในรูปของเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งหมายความว่าไม่ขยายตัวเลยนั่นเอง

ในปี 2555 มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยคิดเป็น 2.29 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ใน 9 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกขยายตัว 0.2% คิดเป็นเงิน 1.69 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทลดลง 2.4% และใน 3 เดือนสุดท้ายแม้จะมีออร์เดอร์เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่มากพอจะดึงให้การส่งออกเพิ่มขึ้นได้มากนัก

การส่งออกหดตัวนี้ เป็นผลมาจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัวเป็นหลัก ทั้งตลาดอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น จีน มีเพียงตลาดในอาเซียนที่ยังขยายตัวในอัตราที่สูงสุดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ

หากแกะเข้าไปดูไส้ในของการส่งออกนั้น จะเห็นได้ว่าตัวฉุดการส่งออกมาจาก 2 กลุ่ม

แค่เพียงสินค้า 2 กลุ่ม ทำให้การส่งออกเดี้ยงได้มากถึงเพียงนี้ ก็เพราะประเทศไทยส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เป็นสัดส่วน 20% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ส่วนสินค้าเกษตรไตรมาส 3 ของปี 2556 ปริมาณการส่งออกปรับตัวดีขึ้นเพิ่มขึ้น 1.4% ตามการเพิ่มขึ้นของการส่งออกข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง แต่ราคาส่งออกลดลงส่งผลให้มูลค่าการส่งออกลดลง โดยมูลค่าส่งออกหดตัว 0.2% เทียบกับการหดตัว 9.8% ในไตรมาสก่อนหน้า

หลายสินค้ามีปริมาณการส่งออกเพิ่มแต่มูลค่าลดลง ค่าเงินบาทจึงตกเป็นจำเลยของผู้ส่งออกที่ต้องการให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินนโยบายการเงินการคลังให้เงินบาทอ่อนค่าเมื่อแลกเงินตราต่างประเทศมาเป็นเงินบาทจะได้เงินบาทมากขึ้น

แต่การหวังให้ค่าเงินบาทช่วยการส่งออกเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ในระยะยาว เนื่องจากเงินทุนไหลเข้าออกนั้นเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ตลาดเงินและตลาดทุนของโลก บางกรณีค่าเงินบาทอ่อนค่าก็ยังไม่สามารถส่งออกแข่งกับประเทศคู่แข่งอื่นได้ เพราะไทยผลิตสินค้าได้แพงกว่าตามขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง

ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า ช่วงเวลาเลวร้ายของการส่งออก สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของสินค้าไทย ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีไม่สูงนัก การส่งออกจึงมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่ากลุ่มประเทศที่เน้นส่งออกสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูงกว่า และสินค้านั้นเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ไทยยังไม่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าอย่างเต็มที่

ธปท.ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัว แต่การส่งออกของไทยก็ยังเผชิญความเสี่ยงว่าจะเติบโตได้สูงเหมือนในอดีตหรือไม่

ทั้งนี้ ธปท. ระบุว่า สินค้าในกลุ่มฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และไอซีนับเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของภาคการผลิตและส่งออกของไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% ของมูลค่าการส่งออกรวม ส่งออกได้น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (25462555) การส่งออกสินค้าเหล่านี้ขยายตัวได้เพียง 7.8% และ 3.8% ตามลำดับ

ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์หดตัวถึง 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การส่งออกไอซีแม้จะปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการในตลาดโลก แต่เป็นการขยายตัวที่ต่ำและช้ากว่าการส่งออกไอซีของประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะเกาหลีและไต้หวัน

ไทยเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ของผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก แต่ขณะนี้ความต้องการฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ก็ลดลง เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงและผู้บริโภคเปลี่ยนรสนิยมจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีฮาร์ดดิสก์เป็นหน่วยความจำ ไปใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งใช้ Solid State Drive : SSD (ไดรฟ์ที่มีสถานะเป็นของแข็ง) แทน ถึงผู้ผลิตที่ใช้ไทยเป็นฐานจะพยายามรักษาฐานการผลิตตามเดิม แต่ไม่มีแนวโน้มจะลงทุนผลิต SSD ในไทย เนื่องจากไทยขาดคลัสเตอร์รองรับ

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมไอซีของไทยในปัจจุบันไม่อยู่ในซัพพลายเชนของสินค้าไฮเทคเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่าไทยไม่มีแรงดึงดูดนักลงทุนให้ย้ายมาผลิตในไทย สาเหตุหลักเพราะความไม่พร้อมด้านบุคลากร ขาดวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

สถานการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านศักยภาพการผลิตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ที่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในฐานะการเป็นฐานรากการผลิตเพื่อส่งออกได้ดีเพียงพอ

ทางด้านสินค้าเกษตรนั้น มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ยืนยันว่า นโยบายรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท เป็นนโยบายที่ทำลายการปรับปรุงคุณภาพของข้าวไทย เพราะเกษตรกรจะมุ่งเน้นแต่ปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ เพื่อให้ได้เงินมากๆ หากยังรับจำนำข้าวราคาสูงกว่าในตลาดโลกมากก็จะยิ่งทำให้การส่งออกข้าวทำได้ยาก

สภาพที่แท้จริงของอุตสาหกรรมไทย หลังจากผ่านช่วงเวลาของการเป็นอุตสาหกรรมเฒ่าทารก เป็นการค้าเสรี เศรษฐกิจไทยถูกพัฒนาด้วยอุตสาหกรรมการผลิตจากการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ ที่นำเข้าเทคโนโลยีมา แต่ไทยไม่ได้พัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้วยตัวเอง พึ่งพาบริษัทข้ามชาติส่งออกไปยังตลาดโลก และการอาศัยแรงงานราคาถูก โดยละเลยเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลาผ่านไปเป็นทศวรรษ จึงได้เห็นว่าแนวทางดังกล่าวไม่ได้สร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน World Economic Forum จัดอันดับการศึกษาของไทยอยู่ที่ 66 จาก 148 ประเทศทั่วโลก และอันดับการพัฒนาความพร้อมในการเข้าสู่เทคโนโลยีอยู่ที่ 78 จาก 148 ประเทศ ซึ่งถือว่าไทยยังมีความล้าหลังอย่างมาก

หากพื้นฐานอุตสาหกรรมยังล้าหลังเช่นนี้ การคาดหวังให้การส่งออกขยายตัวสูง จึงเป็นเรื่องที่จะทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาตนเองอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยไทยต้องเลิกการแข่งขันที่ราคาและปริมาณ แต่ต้องส่งเสริมการแข่งขันที่คุณภาพและการบริการ ซึ่งรัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันในการผลักดันและส่งเสริม โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของแรงงานดังเช่นในประเทศอินเดีย ที่มีศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยี ทำให้แรงงานได้รับการพัฒนาตามไปด้วย เป็นต้น เลิกหวังพึ่งแรงงานราคาถูก

สิ่งที่ผู้ว่าการ ธปท.ระบุนั้น สอดคล้องกับข้อเสนอของโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานทีดีอาร์ไอ ที่เสนอว่าไทยควรใช้โมเดลใหม่ในการพัฒนาประเทศด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย การสร้างความสมดุลระหว่างตลาดส่งออกโลก การลงทุนในภูมิภาค รวมถึงการสร้างกำลังซื้อในประเทศ และการเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน กระบวนการปรับค่าตอบแทน ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม

ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขเสียตั้งแต่วันนี้ กว่าจะเห็นผลก็อีกหลายปี แต่ความไม่สงบทางการเมืองไม่สามารถทำให้กำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมและการส่งออกในระยะยาวได้

หากเอกชนไม่เข้มแข็งด้วยตัวเอง หวังพึ่งรัฐบาลช่วยการส่งออกไทยมีแนวโน้มจะเดี้ยงยาวอย่างคาดไม่ถึง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI