ขุนค้อนชี้ญัตติซักฟอกยังไม่สมบูรณ์ให้ยื่นเอกสารเพิ่ม
"สมศักดิ์"ย้ำ ญัตติซักฟอกยังไม่สมบูรณ์ ต้องส่งสำเนาถอดถอนประกอบ ขีดเส้นประชาธิปัตย์ยื่นเพิ่มเติมภายใน 22 พ.ย.
"สมศักดิ์"ย้ำ ญัตติซักฟอกยังไม่สมบูรณ์ ต้องส่งสำเนาถอดถอนประกอบ ขีดเส้นประชาธิปัตย์ยื่นเพิ่มเติมภายใน 22 พ.ย.
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า จากการประชุมร่วมกับคณะทำงานด้านกฎหมายของรัฐสภา มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องยื่นสำเนารายละเอียดการยื่นถอดถอนประกอบด้วยไม่เช่นนั้นจะถือว่าญัตติไม่มีความสมบูรณ์ และจะทำให้ประธานในที่ประชุมไม่สามารถควบคุมการประชุมได้ว่าการอภิปรายฯ อยู่ในประเด็นหรือไม่
ทั้งนี้ ได้ให้ทางฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังพรรคประชาธิปัตย์ แล้วเพื่อให้ยื่นเอกสารดังกล่าว ซึ่งเห็นว่าควรจะต้องยื่นภายในวันพฤหัสที่ 21 พ.ย. นี้ เพื่อที่จะได้พิจารณาบรรจุระเบียบวาระได้ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และจะได้พิจารณาในวันที่ 22 พ.ย. นี้ว่าจะบรรจุวาระหรือไม่ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าหากฝ่ายค้านไม่ยื่นเอกสารจะไม่บรรจุวาระต้องรอพิจารณาในวันที่ 22 พ.ย. นี้
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การยังไม่รับบรรจุวาระญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดทางให้นายกฯ สามารถยุบสภาได้ เพราะนายกฯ ระบุชัดเจนว่าจะไม่ยุบสภา อีกทั้งการไม่บรรจุวาระเป็นเรื่องของประเด็นกฎหมาย โดยในปี 2552-2554 สมัยพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 ครั้งได้แนบรายละเอียดข้อกล่าวหาทุกครั้ง ปี 2554-2555 สมัยประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายยื่นอภิปราย 2 ครั้ง ไม่ยื่นรายละเอียดหนึ่งครั้งและอีกครั้งเมื่อมีการทวงถามถึงยื่นก่อนการอภิปราย
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ฝ่ายกฎหมายของรัฐสภา พิจารณาแล้วเห็นยืนยันตามหลักการเดิมว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องในประเด็นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ให้อำนาจสมาชิกรัฐสภาในการแก้ไข และไม่มีกฎหมายฉบับใดรองรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญให้มารับคำร้องกรณีการที่สมาชิกแก้ไขเพ่ิมเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการกดดันการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ
นายสมชาติ ธรรมศิริ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ รจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย จะต้องแสดงหลักฐานยื่นคำร้องถอดถอนที่ได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภา ตามมาตรา 271 ของรัฐธรรมนูญ จะต้องมีประเด็นที่จะต้องอภิปรายอย่างชัดเจน และอยู่ในกรอบที่ได้ยื่นถอดถอนไว้แล้ว จึงจำเป็นต้องส่งสำเนาคำร้องถอดถอนมาประกอบการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมด้วย
อีกท้ังข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ข้อ 169 ระบุว่า การยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจำเป็นต้องส่งสำเนาคำร้องขอถอดถอนซึ่งได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อประกอบการพิจารณา และแนวทางปฏิบติที่ผ่านมา ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ 2550 มีการยื่นญัตติไปแล้ว 5 ครั้ง มีการส่งสำเนาถอดถอน 4 ครั้ง 3 ครั้งแรกส่งพร้อมญัตติและอีก 1 ครั้งเป็นการส่งก่อนพิจารณา







