
เสียงข้างมากหักกมธ.แก้เนื้อหากม.กู้2ล้านล้าน
สว.เสียงข้างมาก 63 เสียงหักกมธ. ตัดคำว่า"โครงการ"ในกฎหมายกู้เงิน2ล้านล้านทิ้ง อ้างเพื่อความสะดวกในการทำงานของรัฐบาล
สว.เสียงข้างมาก 63 เสียงหักกมธ. ตัดคำว่า"โครงการ"ในกฎหมายกู้เงิน2ล้านล้านทิ้ง อ้างเพื่อความสะดวกในการทำงานของรัฐบาล
เมื่อวันที่ 18 พ.ย.การประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาทในวาระที่ 2 เข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 3 ซึ่งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญของวุฒิสภาได้เพิ่ม "โครงการ" เข้าไปโดยให้มีความหมายว่า "โครงการตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพ.ร.บ.นี้" เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้เงินไม่ตรงกับโครงการและยุทธศาสตร์
นายธวัช บวรวนิชยกูร สว.สรรหา ในฐานประธานคณะกมธ.ชี้แจงถึงการเพิ่มคำว่าโครงการเข้าไปว่า การเพิ่มนิยามคำว่าโครงการเข้าไปในร่างพ.ร.บ.เพราะในบัญชีแนบท้ายร่างพ.ร.บ.ได้ระบุเพียงโครงการกว้างๆ ทำให้มีความเป็นห่วงว่าจะมีการแปรงบประมาณไปใช้ไม่ถูกต้อง เหมือนกับการใช้งบประมาณตามร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีที่พบปัญหาอยู่บ่อยครั้ง
"ตรงนี้คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงเห็นว่าแม้โครงการต่างๆจะมีประโยชน์แต่เพื่อความรอบคอบทำให้คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่าต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนโครงการด้วยการแปรงบประมาณไปใช้ในส่วนอื่น ซึ่งการแก้ไขลักษณะนี้ในทางปฏิบัติยังคงมีความยืดหยุ่นพอที่จะดำเนินโครงการได้เพราะคณะกรรมาธิการไม่ได้เอาเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่ระบุถึงรายละเอียดของตัวเลขแต่ละโครงการมาเป็นบัญชีแนบท้ายในร่างพ.ร.บ." นายธวัช กล่าว
อย่างไรก็ตาม ได้มีคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจำนวนมากได้อภิปรายต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่าไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มคำว่าโครงการในมาตรา 3 อาทิ นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สว.ราชบุรี นายสุโข วุฑฒิโชติ สว.สมุทรปราการ น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นต้น โดยได้เสนอให้ที่วุฒิสภากลับไปใช้มาตรา 3 ตามร่างพ.ร.บ.เดิมที่ผ่านการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ได้ระบุคำว่าโครงการเอาไว้
นายเกชา กล่าวว่า ในบางโครงการมีความพร้อมแล้วก็ควรดำเนินการได้ทันทีเพื่อให้เกิดความคล่องตัว ที่สำคัญร่างพ.ร.บ.นี้ไม่ใช่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีที่ต้องรายละเอียดของโครงการชัดเจนจากหน่วยงานที่ขอเสนอรับการจัดสรรงบประมาณ ขณะเดียวกัน ถ้าไปกำหนดสภาพบังคับของโครงการที่จะทำเข้าไปในกฎหมายจะส่งผลต่อทางปฏิบัติ เนื่องจากในอนาคตถ้าเกิดการติดขัดบางประการขึ้นและจำเป็นต้องปรับปรุงโครงการเพื่อให้เกิดความเหมาะสมก็จะไม่สามารถแก้ไขได้
น.ส.จารุวรรณ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติเมื่อมีการดำเนินการโครงการบางโครงการอาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับผลการศึกษาในแต่ละโครงการ ดังนั้น ถ้าเขียนโครงการทั้งหมดไว้ในตัวกฎหมายเหมือนกับที่ระบุไว้ในมาตรา 3 จะทำให้ไม่เกิดความยืดหยุ่นในการทำงานเพราะการปรับแก้จะต้องเสนอกฎหมายเข้าสู่รัฐสภาเพื่อแก้ไขเนื้อในกฎหมาย
นายจุฬา กล่าวว่า การใส่คำว่าโครงการเข้าไปในกฎหมายจะมีผลให้เกิดการเข้าใจได้ว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายเพื่ออนุมัติโครงการซึ่งปกติไม่สามารถทำได้ ขณะเดียวกัน เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการทำแต่ละโครงการ เพราะถ้าระบุคำว่าโครงการเข้าไปในร่างพ.ร.บ.จะกลายเป็นสภาพบังคับที่ต้องทำ ทั้งที่ในอนาคตอาจมีบางโครงการที่จะไม่สามารถดำเนินการได้ โดยยอมรับว่าการศึกษาบางโครงการอย่างรถไฟความเร็วสูงบางเส้นทางพบว่ามีความเป็นไปได้ยากและอาจจะไม่ได้ทำ
ภายหลังการอภิปรายมานานกว่า 2 ชั่วโมงปรากฎว่าที่ประชุมวุฒิสภามีมติ 63 ต่อ 52 ให้ตัดคำว่าโครงการออกไปจากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้
จากนั้นนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ได้สั่งปิดประชุมวุฒิสภาในเวลา 20.00น. และนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 พ.ย.ตั้งแต่เวลา 10.00น.เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่เหลืออีก 15 มาตราพร้อมกับบัญชีแนบท้ายต่อไป







