posttoday
ทางเลือกของไทย

ทางเลือกของไทย

18 พฤศจิกายน 2556

บทบรรณาธิการของ นสพ.เจแปนไทมส์ ได้แสดงทัศนะถึงปัญหาการเมืองไทยในเชิงที่ว่า แม้ปัญหาการเมืองไทยจะยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปี 2006 แต่ก็ใช่ว่าประเทศไทยจะไร้ทางเลือกหรือทางออกอย่างสิ้นเชิง

บทบรรณาธิการของ นสพ.เจแปนไทมส์ ได้แสดงทัศนะถึงปัญหาการเมืองไทยในเชิงที่ว่า แม้ปัญหาการเมืองไทยจะยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปี 2006 แต่ก็ใช่ว่าประเทศไทยจะไร้ทางเลือกหรือทางออกอย่างสิ้นเชิง

บทบรรณาธิการได้ปูทางให้คนอ่านเห็นถึงวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยครั้งล่าสุดนี้ก่อนว่า นับตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมตอนเวลาเช้ามืดที่ทุกคนหลับใหลก็ได้นำไปสู่การประท้วงของคนเรือนหมื่นที่ไม่พอใจ ซึ่งการประท้วงในครั้งนี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะผู้ที่ต่อต้านการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น แต่ยังรวมคนเสื้อแดงที่เคยสนับสนุนทักษิณด้วย เนื่องจาก พ.ร.บ.นี้จะนิรโทษกรรมรวมไปถึงอดีตรัฐบาลชุดเก่าที่สลายม็อบราชประสงค์ ซึ่งทำให้มีคนเสื้อแดงเสียชีวิตไปกว่า 80 ชีวิต

อีกทั้งสื่อนอกยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่เปราะบางและแบ่งแยกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 1997 ประเทศไทยผ่านการมีรัฐบาลถึง 6 รัฐบาล ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลทักษิณและพันธมิตรจะชนะการเลือกตั้งมาทุกครั้งตั้งแต่ปี 2001 ทว่าทุกครั้งก็ต้องเผชิญกับการประท้วงขับไล่รัฐบาลมาตลอด ซึ่งแทบจะเป็นที่ชัดเจนว่าขณะนี้ประเทศไทยแบ่งแยกเป็นเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็มองหาโอกาสที่จะต่อต้านฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา

นอกจากนี้ การที่สังคมไทยยังแบ่งแยกระหว่างคนส่วนใหญ่ที่เป็นคนต่างจังหวัดซึ่งต้องการเข้ามามีส่วนแบ่งผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจมากขึ้น กับคนส่วนน้อยในกรุงเทพฯ ที่ต้องการรักษาสิทธิประโยชน์เดิมไว้

บทบรรณาธิการได้แสดงความเห็นต่อไปว่า การคว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของวุฒิสภา น่าจะเป็นโอกาสดีในการสร้างความปรองดองจริงๆ สักที อีกทั้งการไม่เห็นด้วยของคนเสื้อแดงกับการเสนอ พ.ร.บ.นี้ ยังหมายความว่า ได้เกิดความขัดแย้งระหว่างทักษิณกับพรรคเพื่อไทย

หากความขัดแย้งขยายตัว พรรคเพื่อไทยก็มีความชอบธรรมที่จะแยกตัวออกจากทักษิณ และเดินตามทางของตนเอง ซึ่งกรณีนี้จะทำให้พรรคฝ่ายค้านไร้ข้ออ้างโจมตีว่าเป็นพรรคเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม และต้องหันมาปฏิบัติกับพรรคเพื่อไทยในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองอย่างแท้จริงมากขึ้น

เจแปนไทมส์ได้ตั้งคำถามทิ้งท้าย 2 เรื่อง ซึ่งคำถามสำหรับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็คือ ผู้นำไทยต้องการความปรองดองทางการเมืองจริงๆ หรือแค่ห่วงผลประโยชน์ของพี่ชาย หากนายกฯ เห็นผลประโยชน์แห่งชาติสำคัญกว่า ก็เป็นโอกาสที่จะเริ่มต้นเจรจากับฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว

ขณะเดียวกัน อีกคำถามที่พุ่งเป้าไปยังฝ่ายค้านก็คือ ฝ่ายค้านจะยอมรับหรือไม่ว่าอยู่ในระบอบประชาธิปไตย และต้องมีการแบ่งอำนาจให้กับผู้อื่นด้วย ทั้งนี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายค้านพ่ายแพ้ในทุกการเลือกตั้ง หากต้องการความสงบภายในประเทศและเสถียรภาพ ฝ่ายค้านก็ต้องทำให้ประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าแค่คำพูด

ขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลได้ถอยหนึ่งก้าวแล้วจากการถอน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านว่าจะจบเรื่องนี้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้