
ประเทศไทย ณ จุดพลิกผัน (Tipping Point)
1.พลิกผันไปสู่อะไร ประเทศไทยกำลังเดินเข้าไปสู่จุดพลิกผัน อันคล้ายกระดานหกที่จะกระดกไปสู่ด้านใดด้านหนึ่งอย่างทันทีทันใด ด้านหนึ่งคือ เกิดมิคสัญญีกลียุค คนไทยฆ่ากันตายเป็นเบือ อีกด้านหนึ่งคือ โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งใหญ่ เพราะวิกฤตสุดๆ ก็เป็นโอกาสสุดๆ ที่จะทำเรื่องยาก ซึ่งตามปกติทำไม่ได้
1.พลิกผันไปสู่อะไร ประเทศไทยกำลังเดินเข้าไปสู่จุดพลิกผัน อันคล้ายกระดานหกที่จะกระดกไปสู่ด้านใดด้านหนึ่งอย่างทันทีทันใด ด้านหนึ่งคือ เกิดมิคสัญญีกลียุค คนไทยฆ่ากันตายเป็นเบือ อีกด้านหนึ่งคือ โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งใหญ่ เพราะวิกฤตสุดๆ ก็เป็นโอกาสสุดๆ ที่จะทำเรื่องยาก ซึ่งตามปกติทำไม่ได้
ฝ่ายต่างๆ ควรหยุดคิดว่าเหตุปัจจัยอะไรที่จะทำให้สังคมไทยกระดกไปในทางมิคสัญญีกลียุค และเหตุปัจจัยอะไรที่จะทำให้สังคมไทยพลิกผันในทางเป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งใหญ่
2.เหตุการณ์ประท้วง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สร้างทุนอันยิ่งใหญ่ให้สังคมไทย 2 ประการ ระบอบทักษิณนั้นมีพลังอำนาจมหาศาลอย่างไม่เคยมีใครมีมาก่อนถึงขนาดนี้ ทั้งพลังทางการเมือง พลังทางการเงิน พลังทางมวลชน พลังทางการสื่อสาร พลังติดอาวุธ พลังความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ พลังทางการล็อบบี้ในระดับสากล พลังสนับสนุนจากนักวิชาการที่สำคัญๆ บางส่วน
ระบอบทักษิณได้ใช้พลังทั้งหมดนี้ต่อสู้กับการถูกรัฐประหาร ปี 2549 และต่อสู้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในทางรัฐสภาระบอบทักษิณกุมเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด สามารถออกกฎหมายอะไรก็ได้ แต่เมื่อย่ามใจในอำนาจจะออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างเร่งรีบรวบรัด ก็ถูกต่อต้านอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งต้องยอมถอย
แสดงให้เห็นว่า แม้มีกำลังมหาศาลเพียงใดถ้าก้าวผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ ก็ทำให้ถดถอยได้ แม้มีเสียงข้างมากก็ไม่สามารถทำตามใจชอบทุกอย่าง เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะพรรคเพื่อไทย แต่สำหรับทุกคนทุกฝ่าย บทเรียนนี้มีค่ายิ่ง เป็นทุนประการหนึ่งของสังคมไทย
ประการที่ 2 การที่ระบอบทักษิณมีพลังอำนาจมากอย่างไม่มีอะไรจะทัดทานได้ ทำให้เป็นที่วิตกกังวลและหวั่นเกรงกันว่าอำนาจนี้จะนำไปสู่ความผิดพลาดและความเสียหายใหญ่โตแก่ประเทศชาติได้ และรู้สึกหมดหวังไม่รู้จะทำอย่างไร
แต่เมื่อมีการออก พ.ร.บ.นิรโทษฯ คนไทยจากภาคส่วนต่างๆ ก็ออกมาประท้วงอย่างหลากหลายและเข้มข้นด้วยสันติวิธี จนทำให้รัฐบาลยอมถอย ทำให้สังคมตระหนักรู้ขึ้นมาว่า ไม่ว่าผู้ใช้อำนาจรัฐจะมีอำนาจเพียงใด ถ้าสังคมเข้มแข็ง จะสามารถหยุดยั้งความไม่ถูกต้องได้ (ผมได้พูดมานานแล้วว่า สังคมเข้มแข็งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ ก็ไม่สู้มีคนเข้าใจ แต่คราวนี้สังคมได้เรียนรู้และลิ้มรสจากการปฏิบัติด้วยตนเอง)
เมื่อสังคมได้เรียนรู้แล้วว่า สังคมเข้มแข็งเป็นเครื่องหยุดยั้งความไม่ถูกต้องได้ ประเทศไทยก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันเอื้อให้สังคมรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเป็นสังคมเข้มได้
ต่อไปนักการเมืองหรือข้าราชการจะคอร์รัปชั่นได้ยาก เพราะองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นและสังคมเข้มแข็งจะเข้ามาตรวจสอบ นี่เป็นทุนอันยิ่งใหญ่ของสังคมไทยอีกประการที่เกิดปรากฏการณ์ “พฤศจิกามหานกหวีด” เป็นจุดเปลี่ยนประเทศ
ทุนทั้งสองประการที่เกิดขึ้นคราวนี้มีค่ามาก ควรจะหล่อเลี้ยงให้เติบโตเพื่องานใหญ่ต่อไปในภายภาคหน้า จะเป็นที่น่าเสียดายถ้าทุนนี้ต้องมลาย เพราะสังคมพลิกผันไปทางมิคสัญญีกลียุค
3.การคิดเชิงยุทธศาสตร์ สงครามนั้นแพ้ชนะกันอยู่ที่ยุทธศาสตร์กำลังมาก ถ้ายุทธศาสตร์ไม่ดีก็แพ้กำลังน้อยได้ การคิดเชิงยุทธศาสตร์ต้องไม่เอาอารมณ์เป็นตัวตั้ง แต่ต้องใช้ปัญญา พรรคคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตงต่อสู้ขับเคี่ยวกับรัฐบาลก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็ก และเกลียดเจียงไคเช็กสุดประมาณ เพราะเจียงเคยทรยศและไล่ฆ่าพวกคอมมิวนิสต์ตายเป็นจำนวนมาก
เมื่อจางโซเหลียงซึ่งเป็นพันธมิตรกับคอมมิวนิสต์จับเจียงไคเช็กได้ที่เมืองซีอาน แทนที่จะฆ่าเจียงไคเช็กด้วยความโกรธความเกลียด โจวเอินไหลกลับมาปล่อยเจียงด้วยตนเอง เพราะยุทธศาสตร์ คือ ให้เจียงไปรวมคนต่อต้านญี่ปุ่นร่วมกัน
ผู้ที่กำลังชุมนุมประท้วงรัฐบาลอยู่ขณะนี้จำนวนมากมีความโกรธความเกลียดบุคคลผู้หนึ่งกับวงศ์ตระกูล ก็ต้องระวังว่าอารมณ์โกรธจะทำให้พลาดเชิงยุทธศาสตร์ สถานการณ์ของการต่อสู้แปรผันได้อย่างฉับพลัน ถ้าเสียความชอบธรรมเมื่อใด ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ทันที ดังที่เกิดกับฝ่ายรัฐบาล แต่ก็เกิดกับฝ่ายประท้วงได้ด้วยเช่นเดียวกัน
4.เป้าหมายและยุทธศาสตร์ใหญ่ประเทศไทยคืออะไร หลายคนพูดถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศไทย คนไทยเหมือนไก่อยู่ใน “เข่ง” ที่จิกตีกันร่ำไปทั้งๆ ที่จะถูกเชือดหมดทุกตัว “เข่ง” คือ “โครงสร้าง” ที่กักขังไก่ไว้ให้จิกตีกัน ประเทศไทยมีปัญหาโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรม โครงสร้างอำนาจที่ไม่ถูกต้องดำรงอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน
ก่อนมีคุณทักษิณมีคนเป็นอันมากใช้โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมนี้เอาเปรียบและทำร้ายผู้อื่น ทำให้เกิดความยากจนและความอยุติธรรมในสังคม ตลอดจนความขัดแย้งและความรุนแรงต่างๆ วันหนึ่งแม้ไม่มีคุณทักษิณแล้ว หากโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรมยังดำรงอยู่ ประเทศไทยก็จะไม่หายวิกฤต ฉะนั้นเป้าหมายใหญ่การเปลี่ยนแปลงประเทศไทย คือ การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ
การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจทำไม่ได้โดยคนใดคนหนึ่ง หรือรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่โดยพลังพลเมืองที่มีจิตสำนึก รู้เท่าทัน (Informed Citizen) และเป็นพลังพลเมืองที่กัมมันตะ (Active Citizen) ที่เกิดขึ้นเต็มประเทศ ถ้าพลังพลเมืองเกิดขึ้นเต็มประเทศ ย่อมเป็นพลังมหาศาลที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ความถูกต้อง การรวมตัวกันสร้างพลังพลเมืองให้เกิดขึ้นเต็มประเทศ ไม่ใช่การไปฆ่าแกงใคร แต่ต้องรวมตัวกันออกจาก “เข่ง” หรือโครงสร้างอำนาจอันไม่เป็นธรรม
5.หน้าต่างแห่งโอกาส ช่วงนี้ต้องถือว่าหน้าต่างแห่งโอกาสเปิด ที่รัฐบาลก็ดี สภาผู้แทนราษฎรก็ดี มีอารมณ์ที่จะประนีประนอมสนองตอบต่อสังคมสูง หรือว่าง่าย เช่น การถอย พ.ร.บ.นิรโทษฯ อย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าสังคมไม่พอใจ
ในสถานการณ์เช่นนี้ควรจะเป็นโอกาสรวมตัว ตกลงร่วมกันที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย คนไทยไม่เคยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน มีแต่วัตถุประสงค์ของบุคคล ของกลุ่ม ของพรรค ขององค์กร ของสถาบัน แตกต่างกันและทอนกำลังใจกันเอง วันใดที่คนไทยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เช่น ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ และสร้างพลังพลเมือง จะเกิดพลังมหาศาลที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างอัศจรรย์และความสมานฉันท์
6.ปฏิรูปประเทศไทยคือจุดร่วม การปฏิรูปประเทศไทยน่าจะเป็นจุดร่วมของทุกฝ่าย และตรงต่อเป้าหมายและยุทธศาสตร์ใหญ่ประเทศไทยในเรื่องปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ด้วยการสร้างพลังพลเมือง
“เวทีพัฒนาประเทศไทย” เป็นพื้นที่ที่เป็นกลางเพื่อการร่วมคิดร่วมทำ วันที่ 29 พ.ย.นี้ ได้เชิญทั้งคุณบรรหาร ศิลปอาชา ฝ่ายรัฐบาล และคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปพูดเรื่องปฏิรูปประเทศไทย และครั้งต่อไปก็จะเชิญกลุ่มอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวปฏิรูปประเทศไทยไปนำเสนอทัศนะของตน
ภายหลังปรากฏการณ์ “พฤศจิกมหานกหวีด” ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ผู้คนจะเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะเมื่อแสงสว่างแห่งสังคมเข้มแข็งสาดส่องและเสียงนกหวีดที่พร้อมจะดัง คนก็ไม่กล้าที่จะทำผิด
คนไทยทุกฝ่ายควรเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ แล้วหันมามีความจริงใจต่อกัน ร่วมมือกันทำเรื่องดีๆ ให้ประเทศ ให้ความดีเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ให้ชีวิตของคนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรี มีความหมาย มีความมั่นคง สังคมมีความสมานฉันท์ ประเทศมีศานติสุข
คนไทยสามารถร่วมกันสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก







