posttoday
บวรศักดิ์ประเมินคำพิพากษาคู่กรณีอาจยื่นตีความใหม่

บวรศักดิ์ประเมินคำพิพากษาคู่กรณีอาจยื่นตีความใหม่

15 พฤศจิกายน 2556

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และอุปนายกราชบัณฑิตสถานคนที่ 1 บรรยายพิเศษ เรื่อง “กรณีปราสาทพระวิหาร : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ที่สถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า คำพิพากษาตีความของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ส่วนตัวมองว่าประเทศกัมพูชาไม่ได้ชนะประเทศไทย 100% แต่ไม่ได้แปลว่าประเทศไทยไม่เสียอะไรเลย

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และอุปนายกราชบัณฑิตสถานคนที่ 1 บรรยายพิเศษ เรื่อง “กรณีปราสาทพระวิหาร : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ที่สถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า คำพิพากษาตีความของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ส่วนตัวมองว่าประเทศกัมพูชาไม่ได้ชนะประเทศไทย 100% แต่ไม่ได้แปลว่าประเทศไทยไม่เสียอะไรเลย

ราชบัณฑิตสาขาวิชานิติศาสตร์ ระบุว่า ตามคำพิพากษาของศาลโลกมีมติเอกฉันท์ตีความว่าคำพิพากษาของศาลโลก เมื่อปี 2505 ได้ตัดสินว่ากัมพูชามีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนทั้งหมดของยอดแหลมที่พุ่งขึ้นไปของปราสาทพระวิหาร ตามที่ระบุไว้ในคำพิพากษาย่อหน้า 98 และเป็นเหตุให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้พันธกรณีที่จะต้องถอนทหารไทย กำลังตำรวจ รปภ. หรือผู้รักษาซึ่งเคยตั้งอยู่บนดินแดนนั้น

“โดยรายละเอียดของคำพิพากษาในย่อหน้า 98 ระบุชัดเจนถึงขอบเขตของยอดแหลมที่พุ่งขึ้นไปของปราสาทพระวิหาร หรือ Promontory โดยอ้างถึงเส้นแผนที่ภาคผนวก 1 หรือ 1:200,000 โดยเฉพาะพื้นที่ทางทิศเหนือที่ศาลระบุว่า บริเวณใกล้เคียงของปราสาทต้องขยายไปจนถึงยอดแหลมของพระวิหารทั้งหมด ส่วนทิศเหนือนั้นยอดแหลมของพระวิหารอยู่ ณ เส้นที่อยู่บนแผนที่ภาคผนวก 1” บวรศักดิ์ ระบุ

อย่างไรก็ดี ราชบัณฑิตสาขาวิชานิติศาสตร์เชื่อว่าตามคำพิพากษาของศาลโลกอาจส่งผลให้คู่กรณียื่นเรื่องต่อศาลโลกให้มีการตีความในเรื่องของแนวเส้นใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาท ในเรื่องของแนวสิ้นสุดตามที่ศาลกำหนดแนวเขตไว้

นอกจากนั้น ในวรรค 99 ที่ประเทศไทยตีความว่าเป็นข้อกำหนดที่ศาลโลก ระบุให้ทั้งสองประเทศไปเจรจากัน แต่ในข้อเท็จจริงไม่มีการระบุชัดเจนว่าให้ไปเจรจากัน แต่ได้ย้ำให้เห็นว่าศาลไม่ยอมรับการกระทำของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นจะหมายรวมถึงเส้นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2505 ด้วย

“ภายหลังคำพิพากษาของศาลโลกมีคนถามว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อ หลายคนบอกว่าไม่ควรยอมรับคำพิพากษาของศาล แต่ส่วนตัวมองว่าแม้คำพิพากษาศาลโลกจะไม่มีสภาพบังคับ แต่มาตรา 94 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ระบุให้คณะมนตรีความมั่นคงมีอำนาจในการกำหนดมาตรการใดตามที่เห็นสมควร หากมีผู้ยื่นเรื่องร้องขอต่อคณะมนตรีความมั่นคงได้ ดังนั้น ในข้อเสนอนี้ไม่เห็นด้วยเพราะอาจจะทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากนานาชาติไทย และจะแบกหน้าไปดูโลกทั้งโลกได้อย่างไร”

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา