posttoday
ลิขสิทธิ์ฉบับปรับปรุง

ลิขสิทธิ์ฉบับปรับปรุง

14 พฤศจิกายน 2556

ร่างกฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับปรับปรุงของกระทรวงพาณิชย์กำลังจะถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในเร็วๆ นี้ เพราะผ่านการพิจารณาชั้นคณะรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาแล้ว ดีครับ...การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย และพร้อมปกป้องคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยรุ่นใหม่ ซึ่งกลายเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้นเรื่อยๆ

ร่างกฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับปรับปรุงของกระทรวงพาณิชย์กำลังจะถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในเร็วๆ นี้ เพราะผ่านการพิจารณาชั้นคณะรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาแล้ว ดีครับ...การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย และพร้อมปกป้องคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยรุ่นใหม่ ซึ่งกลายเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้นเรื่อยๆ

แต่อ่านแล้วแปลกใจครับ...แปลกใจที่ว่ามาตรการใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับร่างกฎหมาย...จะคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยได้ดีขึ้นแน่หรือ?

ร่างมาตรา 32/3 บอกว่า “ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น”

แล้วร่างกฎหมายนี้ก็บอกต่อไปว่า “เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ให้บริการ หมายความว่า ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่น ในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการหนึ่ง โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือในนามเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น และให้รวมถึงผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์ เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นด้วย”

เป็นอันว่าต่อไปถ้ากฎหมายนี้ใช้บังคับ ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานยังมีสิทธิแจ้งตรงไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP และผู้ให้บริการเนื้อหา CONTENT SERVICE PROVIDER : CSP) ให้ระงับการละเมิดลิขสิทธิ์ได้อยู่หรือเปล่า ? ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ถือทรัพย์สิทธิอย่างหนึ่ง ไม่อาจใช้อำนาจบอกกล่าวห้ามปรามผู้อื่นที่ควรต้องบอกได้ด้วยตนเอง แต่ต้องไปทำเรื่องผ่านศาลลูกเดียว...ร่างกฎหมายนี้...จะมิกลายเป็นกฎหมายที่รอนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือ?

สมมติว่า คำตอบของผู้ร่างคือ ...ทำได้สิ อยากมีหนังสือไปแจ้งเฉยๆ อย่างที่เคยทำอยู่ก็ทำไป มาตรานี้มีขึ้นเพื่อเพิ่มทางเลือกให้เจ้าของสิทธิ จะตัดสินใจใช้สิทธิผ่านศาลก็ได้ เพราะถ้าไม่เขียนกฎหมายอย่างนี้ เจ้าของสิทธิไปศาล ศาลอาจไม่รับ เพราะไม่ถือเป็นคดีฟ้องร้อง เป็นแค่คำร้องถ้าไม่มีกฎหมายเขียนกำหนดไว้ ศาลจะไม่มีอำนาจรับและสั่งคำร้องนั้นๆ ให้ได้

ก็พอฟังได้อยู่...แต่แปลกใจอยู่ว่า...แล้วผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะถือเอาร่างมาตรานี้มาเกี่ยงงอน ไม่ยอมถอดบริการประเภทดาวน์โหลดที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเปล่า...โดยอ้างให้เจ้าของสิทธิไปเอาคำสั่งศาลมาจึงจะยอมคุ้มครอง เจ้าของสิทธิทั้งหลายเลยต้องเทียวขึ้นเทียวลงศาลอยู่ทุกบ่อยหรือเปล่า

ถ้างั้นคงน่าทบทวนแล้วล่ะครับว่า เรามีกฎหมายใหม่มาคุ้มครองใครแน่ คุ้มครองความสร้างสรรค์ของเจ้าของสิทธิ หรือคุ้มครองความสะดวกทางธุรกิจของผู้ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์

นี่แค่ประเด็นแรก...ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังออกนิยามคำว่า “ข้อมูลการบริหารสิทธิ หมายถึง ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์นักแสดง การแสดงเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์ หรือบันทึกการแสดง”

พูดภาษาชาวบ้าน ถ้าคุณซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์ ลองเปิดไปหลังปกหน้า หรืออยู่ประมาณหน้า 4 จากปก หน้าที่ให้ข้อมูลว่าพิมพ์ที่ไหน กี่เล่ม พิมพ์ครั้งที่เท่าไหร่ ลิขสิทธิ์ของใคร อนุญาตให้ทำซ้ำหรือไม่ มีเลขที่ รหัสนู่นนี่ นั่นแหละครับ คือ “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” ถ้าอยู่ในแผ่น CD หรือ DVD ก็คือแถบข้อมูลที่จะทำให้จอฉายข้อความให้รู้ว่าเนื้อหาในนี้เป็นผลงานสร้างสรรค์ของใคร ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลิตเมื่อไหร่ ร่างมาตรา 53/1 บอกว่าผู้ใดไปลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ...เออก็ถูกต้องดี

แต่ร่างมาตรา 53/3 ยกเว้นว่า “ถ้าผู้ลบ ผู้เปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิเป็นสถาบันการศึกษา ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียง แพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ให้ถือว่าไม่เป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ” อ้าว...ยกเว้นไปทำไมครับ และองค์กรเหล่านี้จะลบข้อมูลการบริหารสิทธิของชาวบ้านร้านช่องทำไมกัน และมิใช่องค์กรเหล่านี้หรอกหรือที่ต้องมีหน้าที่สอนสั่ง สนับสนุนการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้างสรรค์ ! เด็ดกว่านั้นร่างมาตรา 53/5 ยังให้องค์กรเหล่านี้สามารถแกะรหัสเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยีได้อีกด้วย...พิลึก น่าคิดนะ...

ทราบมาว่าผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ชาวบ้านบ่อยที่สุดมิได้มาจากที่ไกล แต่เป็นนักศึกษาวัยรุ่นมือคัน อยากแหกกฎเอางานหวงงานรักของผู้อื่นมาแพร่มาอวดในฐานะผู้มีใจกว้าง “อยากแชร์”... ว่างั้นเถอะ เพียงแต่ “อยากแชร์”...งานที่ตัวไม่ได้เป็นคนสร้างสรรค์ขึ้นมา และเป็นเพียงความสะใจที่ได้ “ขบถ” ต่อระบบบางอย่างเท่านั้น สถานที่เกิดเหตุก็คือ ในห้องพักที่นักศึกษาเช่า

ทีนี้...เจ้าของสิทธิเลยต้องเอาคำสั่งศาลไปส่งให้เยาวชนเยอะแน่ อีกทั้งร่างมาตรา 32/3 วรรคสาม ยังกำชับด้วยว่า เมื่อศาลได้สั่งให้นำงานอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์แล้ว...กฎหมายยังกำหนดให้เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องดำเนินคดีต่อผู้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย

ตานี้แหละ...ได้เสียประวัติเยาวชนเป็นแถว เพราะคดีลิขสิทธิ์นั้นมีโทษทางอาญา เด็กๆ และเยาวชนคนคิด “ขบถ” เล่นๆ คันๆ เลยต้องได้แปะโป้งพิมพ์มือในฐานะจำเลย และผู้ต้องหากันเพียบ!

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน