
ดับไฟสุดซอย
เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วที่สภาผู้แทนราษฎรฝ่ายเสียงข้างมาก นำโดยพรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาล
เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วที่สภาผู้แทนราษฎรฝ่ายเสียงข้างมาก นำโดยพรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาล ซึ่งเรียนผูก โดยดันการเมืองให้เข้าสู่วิกฤตวันที่ 11 พ.ย.นี้ หลังผู้ชุมนุมค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กลุ่มอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยประกาศเส้นตายเวลา 18.00 น. ของวันดังกล่าว ให้รัฐบาลต้องทำให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นกฎหมายที่ตายจากสภา คงต้องเร่งเรียนแก้เรียกความเชื่อมั่น ก่อนวิกฤตการเมืองจะโดนซ้ำด้วยวิกฤตศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก จะพิพากษาคดีพระวิหารในวันเดียวกัน
แม้ล่าสุดฝ่ายเสียงข้างมากในสภา พรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมพรรคใหญ่อีก 3 พรรค คือ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล จะลงสัตยาบัน โดยพรรคร่วมรัฐบาลระบุว่าเคารพทุกความเห็นของพี่น้องประชาชน และเห็นว่าหากปล่อยให้ความขัดแย้งลุกลามต่อไปจะส่งผลเสียหายต่อประเทศ
พรรคร่วมรัฐบาลจึงได้ร่วมกันถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 6 ฉบับ ออกจากวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพื่อแสดงความจริงใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ประสงค์จะให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ซึ่งมีหลักการทำนองนี้อีกต่อไปไม่ว่าจะเป็นร่างฉบับใดก็ตาม
ดังนั้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไม่หยิบยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ พรรคร่วมรัฐบาลจึงขอแสดงเจตนาร่วมกันให้สัตยาบันเป็นสัญญาประชาคมต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย ว่าพรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่เสนอให้สภาหยิบขึ้นมาพิจารณา โดยจะปล่อยให้ตกไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
จะเห็นได้ว่า การถอยที่รัฐบาลพร่ำบอกเพื่อลดเงื่อนไขในการชุมนุมของม็อบ ท่าทีของพรรคร่วม รวมไปถึงความเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดงที่ระบุว่ากลับไปคืนดีกับพรรคเพื่อไทยแล้ว และเสนอให้พรรคเพื่อไทยยอมรับให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นผู้คุมเวทีในการจัดม็อบแสดงพลังให้กลุ่มเห็นต่างทางการเมืองได้เห็น
ด้วยพฤติกรรมแบบปากว่าตาขยิบ ประกาศถอยร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมตามเชิงเกมการเมือง แต่เดินเกมรุกกดดันผู้ชุมนุม ภาพที่ออกมาทั้งหมดจึงทำให้เชื่อได้ยากว่าเป็นการถอยร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งอย่างจริงใจ
จึงอยากวอนรัฐบาลภายใต้แกนนำพรรคเพื่อไทยที่กุมเสียงข้างมากในสภาต้องเร่งกระทำทุกวิถีทาง เพื่อแสดงความจริงใจให้ผู้ชุมนุมที่ค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ เหมาเข่ง เชื่อได้ว่ารัฐบาลเลิกดันกฎหมายดังกล่าวทั้งทางตรงหรืออ้อมจริง และควรแสดงความรับผิดชอบว่าได้ทำผิดในเรื่องดังกล่าวไปแล้ว ไม่ใช่ท่าทียังยืนยันว่าเป็นกฎหมายดีจะนำความสงบมาสู่ประเทศได้
เหลือเวลาน้อยลงไปทุกทีแล้ว หากพรรครัฐบาลและพรรคร่วมไม่ทำอะไรเพื่อดับไฟแต่ต้นลมก็เตรียมเอวัง







