
แพงพรึ่บบุกกรุง นับถอยหลังวันแตกหัก
การเลื่อนการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จากเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ไปเป็นวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งเป็นกำหนดเดิม
การเลื่อนการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จากเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ไปเป็นวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งเป็นกำหนดเดิม ถือเป็นสัญญาณว่าอำนาจการครอบงำ สว.ของรัฐบาลเสื่อมถอยแล้ว หลังจากมี สว.เข้าร่วมเพียง 69 คน ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม
ถัดจากนั้นไม่นานสัญญาณความรุนแรงเริ่มปรากฏเมื่อเวลา 19.45 น. เกิดระเบิดขึ้นเสียงสนั่นหวั่นไหวหน้ากระทรวงคมนาคม ริมถนนราชดำเนินนอกใกล้จุดชุมนุมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ทำให้ผู้หญิงรายหนึ่งตกใจสุดขีดเป็นลมล้มลงกับพื้น
สังเกตจุดเกิดเหตุพบว่ามีร่องรอยคล้ายประทัดยักษ์ พบเศษกระดาษฉีกขาดกระจายและมีรอยไหม้ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ
ทั้งนี้ ก่อนหน้าตลอดวันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเจรจาให้ผู้ชุมนุมย้ายออกจากจุดสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคง และการจราจรติดขัด แต่ผู้ชุมนุมไม่ยอมย้ายออก
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ตอบรับมติพรรคเพื่อไทยพร้อมเข้าร่วมเวที “นปช.เพื่อไทย ปกป้องประชาธิปไตย” ในวันที่ 10 พ.ย.อย่างคึกคัก
ล่าสุด ได้มีการแจ้งย้ายสถานที่ชุมนุมไปยังลานอเนกประสงค์หลังสนามฟุตบอลเมืองทอง ยูไนเต็ด เมืองทองธานี เวลา 16.00 น. โดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ระบุว่า หน่วยข่าวรายงานว่าทำเลสนามศุภชลาศัยอาจมีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์
“คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมจนล้นความจุของสนาม” ณัฐวุฒิ ย้ำ
แต่ดูเหมือนสัญญาณ “ปลุกแดงสู้” ของเพื่อไทย กำลังจะโน้มนำสถานการณ์ไปสู่ความรุนแรง และมีโอกาสเกิดม็อบชนม็อบได้สูง
“ถ้าพวกคุณยังไม่ยอมหยุด พวกผมจะบังคับให้คุณหยุด” อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายหนึ่งในแกนนำเสื้อแดง ตอกย้ำบนเวทีปราศรัยหัวข้อ “เราหยุด คุณหยุด ประเทศเดินต่อ” ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว
ด้านแกนนำเสื้อแดงในต่างจังหวัด อาทิ คนเสื้อแดงอยุธยา 4 คันรถบัสจะเข้าร่วมกิจกรรมที่กรุงเทพมหานคร
ภาคอื่นๆ ก็ตอบรับ อาทิ อุตรดิตถ์นครราชสีมา พะเยา เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ ฯลฯ โดยทั้งหมดนี้ต้องการมาปกป้องรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม หลังจากประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพยังคงทยอยเข้าร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีข่าวลือสะพัดสังคมออนไลน์ว่าจะมีการสลายม็อบ ซึ่งสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องดับข่าวลือว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดสลายการชุมนุม
แต่ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ออกคำสั่งแจ้งหน่วยปฏิบัติงานภายในให้หลีกเลี่ยงการแต่งเครื่องแบบออกไปภายนอก เนื่องจากมีกลุ่มไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ
โดยคำสั่งดังกล่าวถูก สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ขยายความบนเวทีเมื่อค่ำวันที่ 8 พ.ย.ว่า ทราบว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้ส่งคนนอกไปฝึกและแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุม
บรรยากาศนี้ชวนให้นึกไปถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ที่นักศึกษาเริ่มจากเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนขยายวงไปสู่การขับไล่รัฐบาล
การชุมนุมที่บนถนนราชดำเนินก็กำลังขยายวงไปสู่การไล่รัฐบาลเต็มรูปแบบ
สถานการณ์คับขันเช่นนี้ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยกเลิกภารกิจประชุมที่ประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 710 พ.ย. อย่างกะทันหัน
สถานการณ์เช่นนี้ มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ว่า ก่อนการประท้วงจะขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง “การหยุดอยู่ที่ 180 วัน สามารถยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ แม้รัฐบาลยุบสภาตอนนี้กฎหมายก็ยังค้างอยู่ รัฐบาลที่เข้ามาใหม่สามารถหยิบยกขึ้นพิจารณาได้ภายใน 60 วัน ดังนั้นรัฐบาลต้องทำให้กฎหมายนี้ตายไปไม่ใช่เพียงแค่สลบ”
แต่ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ เติมเชื้อไฟด้วยการตอบโต้ประชาธิปัตย์ว่าเป็นตัวการเผยแพร่ความสับสนวุ่นวายในสังคมไทย
อีกทั้งปฏิเสธด้วยว่า ไม่มีความพยายามล้างผิดให้ตัวเอง
ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก6 ต่อ 3 รับคำร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่มีมูลเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ
ประเด็นเพิ่มเชื้อให้การชุมนุมลุกลามมากขึ้น หลังจากประชาธิปัตย์ได้ร้องต่อศาลไปก่อนหน้านี้







