posttoday
ถมจำนำข้าวเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม

ถมจำนำข้าวเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม

08 พฤศจิกายน 2556

โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีที่ 3 เข้าสู่ช่วงภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานอีกแล้ว

โดย...จตุพล สันตะกิจ

โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีที่ 3 เข้าสู่ช่วงภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานอีกแล้ว เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถหาแหล่งเงินมาจ่ายเป็นค่าข้าวเปลือกที่เข้าโครงการรับจำนำได้ ชาวนานับหมื่นครอบครัวที่นำข้าวเปลือกเข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/2557 แล้วกว่า 1.2 ล้านตัน และนำใบประทวนไปขึ้นเงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งตามหลักเกณฑ์จะต้องได้เงินไม่เกิน 7 วัน

วันนี้ต้องรอเก้อมาเป็นเดือนไม่มีเงินโอนเข้าบัญชีเสียที ยิ่งตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายหนัก ชาวนานำข้าวเปลือกเข้าโครงการ เข้าโรงสี มีใบรับรองเกษตรกรยืนยันพร้อมสรรพ ตามหลักจะต้องได้ใบประทวนภายใน 3 วัน แต่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ก็ยังไม่ได้รับใบประทวน

“มีชาวนาอุตรดิตถ์ นครสวรรค์ ร้องเรียนว่าเอาข้าวเปลือกไปจำนำกับรัฐบาล มีใบรับรองเกษตรกรยืนยันชัดเจน แต่รอมาเป็นสัปดาห์ โรงสีและเจ้าหน้าที่ยังไม่ออกใบประทวนให้ ถามไป เขาก็บอกว่าไม่รู้” ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย ระบุ

หากเงินที่จะนำมาจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนายังติดขัดอย่างนี้ ไม่ช้าอาจได้เห็นม็อบชาวนาปักหลักปิดถนน หรือชุมนุมประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาลก็เป็นได้ ต้องยอมรับว่าปมปัญหาโครงการล้วนแล้วแต่มาจากฝีมือรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้กู้หนี้ยืมสินมาจ่ายเป็นค่าข้าวเปลือกและค่าจัดการทะลุ 7.6 แสนล้านบาท แต่ได้เงินคืนค่าขายข้าวเพียง 1.4 แสนล้านบาท พร้อมๆ กับตัวเลขขาดทุนอย่างไม่เป็นทางการปีละ 2 แสนล้านบาท ส่งผลให้สภาพคล่องที่จะนำมาใช้จ่ายในโครงการขาดมือ จนต้องดึงเงินจาก ธ.ก.ส.มาอุ้ม

วันก่อน ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า จะมีการเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งแห่งชาติ (กขช.) วันที่ 7 พ.ย. ให้ความเห็นชอบปรับเพิ่มเพดานเงินหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวเกินกรอบ 5 แสนล้านบาท เพราะกระทรวงพาณิชย์ขายข้าวไม่ได้ตามแผน

ธ.ก.ส. ระบุว่า พร้อมนำสภาพคล่องของธนาคาร 5.5 หมื่นล้านบาท มาสำรองจ่ายค่าข้าว เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวนาได้จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.ปีนี้ แต่ยื่นเงื่อนไขว่าจะต้องมีมติที่ประชุม กขช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) รองรับให้กระทรวงการคลังกู้เพิ่มเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในโครงการก่อน

แต่ข้อเสนอของลักษณ์ส่อแววแท้ง เมื่อ เบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ยืนยันว่า สบน.ไม่มีแผนกู้เงินมาใช้หมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติม หากจะกู้ใหม่กระทรวงพาณิชย์ต้องนำเงินจากการขายข้าวมาใช้หนี้ในกรอบที่กระทรวงการคลังจัดหา 4.1 แสนล้านบาทก่อน

ภาระการตัดสินใจจึงตกอยู่กับที่ประชุม กขช. ที่มี นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ที่ต้องชี้ขาดว่าจะเพิ่มเพดานเงินกู้ในโครงการหรือไม่ จนแล้วจนรอด นิวัฒน์ธำรง สั่งเลื่อนการประชุม กขช.ไม่มีกำหนด เหตุม็อบนิรโทษกรรมประชิดทำเนียบ

แต่นั่นอาจเป็นเหตุผลบังหน้า เพราะการย้ายที่ประชุม กขช.ไปสถานที่อื่นเป็นเรื่องปกติ เคยมีการประชุม กขช.ที่กระทรวงพาณิชย์ หรือแม้แต่ในรัฐสภา ประเด็นจึงกลายเป็นว่ารัฐบาลยังบ่ายเบี่ยงที่จะก่อหนี้เพิ่มก่อนวันที่ 31 ธ.ค. 2556 เพื่อให้ต้องการใช้เงินหมุนเวียนโครงการรับจำนำข้าวเมื่อสิ้นปีอยู่ในกรอบไม่เกิน 5 แสนล้านบาทต่อมติ ครม.

“ในปี 2556 นี้ สบน.ยังจะไม่กู้เงินเพื่อนำมาใช้รับจำนำข้าวฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 ทั้งหากต้องกู้เงินจริงคงต้องพิจารณากันในปีหน้า” จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการ สบน. กล่าว

ท้ายที่สุดแล้วการแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องในโครงการรับจำนำข้าว หนีไม่พ้นจะต้องพึ่งเงินสำรองจ่ายจาก ธ.ก.ส.ไปก่อน และให้กระทรวงการคลังก่อหนี้ในภายหลัง

หากจะว่าไปแล้วเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้โครงการรับจำนำข้าวถมไม่เต็มเสียที เพราะรัฐบาลกำหนดราคาข้าวที่บิดเบือนกลไกราคาตลาดอย่างมาก ข้าวเปลือกจึงแห่เข้าโครงการรับเงิน 1.5 หมื่นบาทต่อตัน หรือ 1.3 หมื่นบาทต่อตัน ในฤดูข้าวนาปรัง 2557 ล้วนจูงใจให้ชาวนานำข้าวเข้าโครงการ เพราะถ้าขายในตลาดอย่างเก่งก็ได้ราคา 7,0008,000 บาทต่อตัน

ส่วนการจำกัดปริมาณต่อครัวเรือน อาจทำให้ปริมาณข้าวเปลือกเข้าโครงการลดลงบ้าง แต่ไม่มากอย่างที่คาดคิดไว้ เป้าหมายรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 16.5 ล้านตัน น่าจะทะลุเป้าแน่นอน

นั่นเพราะข้อมูลที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงาน ครม. พบว่า ณ เดือน พ.ย. มีชาวนาขึ้นทะเบียนขอใบรับรองเกษตรกรโครงการรับจำนำข้าวนาปี ปีการผลิต 2556/2557 เป็นปริมาณสูงถึง 19 ล้านตัน ข้าวส่วนที่เกินมานี้ รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลืออยู่ดี ซึ่งจะทำให้เงินที่ต้องใช้สูงกว่ากรอบที่กำหนดไว้ 2.7 แสนล้านบาทแน่นอน

ก่อนหน้านี้ ครม.ก็ได้ผ่อนผันให้นำข้าวเปลือกที่เข้าโครงการไม่ทันวันที่ 15 ก.ย. 2556 ให้นำข้าวเปลือกเข้าโครงการได้ โดย ครม.มีมติอนุมัติงบกลางปี 2556 วงเงิน 6,660 ล้านบาท จ่ายชดเชยข้าวเปลือกที่เข้าโครงการไม่ทันวันปิดโครงการ 4.5 แสนตัน 2 สัปดาห์ถัดมา ครม.อนุมัติเงิน 1,907 ล้านบาท ชดเชยเงินให้ชาวนาที่ขายข้าวให้โรงสีในช่วงวันที่ 1630 ก.ย. 2556 ซึ่งช่วงรอยต่อโครงการรับจำนำข้าว ปีการผลิต 2555/2556 และปีการผลิต 2556/2557 ปริมาณข้าวเปลือก 8.9 แสนตัน วงเงินชดเชยตันละ 2,121 บาท สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เงินหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวบานปลายไม่มีที่สิ้นสุด

ด้านกระทรวงพาณิชย์ที่ทำหน้าที่ขายข้าวก็ยังแก้ปมในเรื่องข้าวไม่ได้ การขายข้าวแบบจีทูจี ซึ่งขายข้าวจำนวนมาก แต่กลับได้เงินน้อย และรอจ่ายเป็นงวดตามแต่ที่ผู้ซื้อจะสั่งจ่ายเงินให้ แต่วงการค้าข้าวร่ำลือกันว่าข้าวจีทูจีไม่ได้ไปไหน แต่เวียนเทียนขายในประเทศหากินส่วนต่าง และส่งแคชเชียร์เช็คให้กรมการค้าต่างประเทศ ยิ่งทำให้การส่งเงินคืนล่าช้าและขาดทุนสูงผิดปกติ

ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่าได้ตกลงซื้อขายข้าวให้ บริษัท เป่ยต้าฮวง กรุ๊ป รัฐวิสาหกิจมณฑลเฮยหลงเจียง 1.2 ล้านตัน ทำท่าจะล้มเหลว เพราะรอแล้วรออีกก็ยังไม่มีการเซ็นสัญญา นิวัฒน์ธำรง ถึงกับออกปากว่า “ถ้าเขายังไม่มาเซ็นสัญญากลางเดือนหรือสิ้นเดือน พ.ย. ก็แปลว่าการซื้อขายล้มเหลว” ยังดีที่นิวัฒน์ธำรงและจางเสี่ยวเฉียง รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติจีน ได้ลงนามในสัญญาซื้อข้าวไทยจีน 1 ล้านตัน นิวัฒน์ธำรง ยืนยันว่าตกลงราคาเรียบร้อยแล้ว และทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 ถึงสิ้นปี 2557 แต่กว่าจะได้เงินค่าข้าวล็อตนี้น่าจะรอกันอีกหลายเดือน

ขณะที่การประมูลข้าวสารผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะขายให้ใคร ส่วนการประมูลข้าวทั่วไปต้องยอมรับว่าไม่มีพ่อค้ามาแข่งซื้อ เพราะกระทรวงพาณิชย์ไม่ยินยอมรับรองคุณภาพข้าวที่ส่งมอบ ความหวังจะได้เงินขายข้าวจากการเปิดประมูลขายข้าวในเร็ววันก็ยิ่งริบหรี่ ยิ่งลากยาวโครงการรับจำนำข้าวก็ยิ่งเป็นหนี้

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา