
สว.เปิดศึกนิรโทษลุ้นองค์ประชุมล่ม
กลายเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องขึ้นมาแล้ว ภายหลัง “นิคม ไวยรัชพานิช” ประธานวุฒิสภา ตัดสินใจใช้อำนาจประธานเรียกประชุมวุฒิสภาเป็นการด่วนในวันที่ 8 พ.ย. ทั้งๆ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) มีมติไปแล้วว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 11 พ.ย.
กลายเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องขึ้นมาแล้ว ภายหลัง “นิคม ไวยรัชพานิช” ประธานวุฒิสภา ตัดสินใจใช้อำนาจประธานเรียกประชุมวุฒิสภาเป็นการด่วนในวันที่ 8 พ.ย. ทั้งๆ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) มีมติไปแล้วว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 11 พ.ย.
การตัดสินใจดังกล่าวของประธานวุฒิสภาในระหว่างการนัดหารือกับ สว.นอกรอบ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. เกิดความดุเดือดขึ้นมาทันที จนนิคมต้องเดินออกจากห้องประชุมกลางคันเพราะทนไม่ได้กับการถูกโจมตีว่าได้รับใบสั่งจากพรรคเพื่อไทยที่ต้องการให้วุฒิสภาคว่ำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมโดยเร็วเพื่อให้ม็อบต่อต้านรัฐบาลสลายการชุมนุม
“ไม่มีการล็อบบี้ แต่สถานการณ์ร้อนแรงอย่างนี้ เราจะรอสถานการณ์ทำไม เพราะได้รับหนังสือจากสถาบันการศึกษา นักวิชาการและกลุ่มองค์กรต่างๆ ต้องการให้วุฒิสภาเร่งรีบแก้ปัญหาบ้านเมือง จึงเห็นควรให้รีบพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้”
คำชี้แจงดังกล่าวจากประธานวุฒิสภาดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล เพราะกำลังจะมี สว.จำนวนมากเตรียมไม่เข้าร่วมประชุมวุฒิสภาวันนี้เพื่อเป็นการตอบโต้
เบื้องต้นจะมี สว.ประมาณ 10-15 คน ที่ไม่อาจเข้าประชุมได้ เนื่องจากมีภารกิจต่างประเทศ ประกอบกับก่อนหน้านี้ได้รับการประสานงานไปแล้วว่าจะมีการประชุมวันที่ 11 พ.ย. แต่เมื่อเปลี่ยนวันประชุมกะทันหัน ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับไทยได้ทัน
ขณะเดียวกัน กลุ่ม 40 สว. นำโดย สมชาย แสวงการ ไพบูลย์ นิติตะวัน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ผนึกกำลังกับ สว.สายเลือกตั้งภาคกลางและภาคใต้อีก 20-30 คน รวมทั้งหมดประมาณ 60-70 คน เตรียมไม่ร่วมประชุมด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งที่ สว.เลือกตั้ง ไม่ขอเข้าร่วมประชุมเพราะไม่พอใจท่าทีของประธานวุฒิสภา ในเมื่อ สว.สองกลุ่มนี้รวมกันกว่า 70 คน ตัดสินใจไม่เข้าประชุม ส่งผลให้เป็นการยากที่ประธานวุฒิสภาจะเปิดการประชุมในวันนี้ได้ โดยจะมีเพียง สว.เลือกตั้งในซีกรัฐบาลประมาณ 60 คนที่เข้าร่วมประชุมเท่านั้น และสุดท้ายนิคมจะต้องไปนัดประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 11 พ.ย.แทน
นอกจากนี้ กลุ่ม 40 สว. เตรียมจะหารือเป็นการภายในวันนี้ด้วยว่าจะมีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดกับประธานวุฒิสภาหรือไม่ภายใต้ 3 แนวทางดังนี้ คือ เรียกร้องลาออกจากตำแหน่ง 2.ถอดถอน และ 3.การดำเนินการทั้งสองแนวทางไปพร้อมกัน หมายความว่าจะออกมาเรียกร้องให้นิคมแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองก่อน แต่ถ้ายังนิ่งเฉยจะเร่งรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นถอดถอนตามรัฐธรรมนูญต่อไป







