ร้องกดATMเงินหายธนาคารแจงพร้อมรับผิดชอบ
30 ผู้เสียหายแจ้งความหลังกด เอทีเอ็ม ตึกใหญ่ ถ.วิทยุ ถูกแฮกข้อมูลเงินหาย ตรวจพบโอนเงินไปยูเครน ธนาคารระบุพร้อมรับผิดชอบ ย้ำลูกค้าสามารถกดเงินได้อย่างปลอดภัย
30 ผู้เสียหายแจ้งความหลังกด เอทีเอ็ม ตึกใหญ่ ถ.วิทยุ ถูกแฮกข้อมูลเงินหาย ตรวจพบโอนเงินไปยูเครน ธนาคารระบุพร้อมรับผิดชอบ ย้ำลูกค้าสามารถกดเงินได้อย่างปลอดภัย
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. พ.ต.ท.เดชา พรมสุวรรณ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษสน.ลุมพีนี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี รับแจ้งความจากผู้เสียหายประมาณ 30 ราย ซึ่งระบุว่า กดเงินจากตู้เอทีเอ็มจากเครื่องที่ตึกออลซีซั่นและอาคารโรเล็กซ์ ถนนวิทยุ พบว่าเงินในบัญชีหายตั้งแต่ 30,000-70,000 บาทตรวจสอบเบื้องต้นถูกแฮกข้อมูลโอนเงินไปที่ยูเครน
ด้านธนาคารกสิกรไทยได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ตามที่ได้มีการส่งข้อความทางช่องทางต่างๆ ให้งดการใช้บริการทางตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกสิกรไทยในช่วงนี้นั้น ธนาคารขอยืนยันว่าลูกค้าสามารถใช้บริการตู้เอทีเอ็ม ได้ตามปกติอย่างปลอดภัย
สำหรับกรณีอันเกี่ยวเนื่องจากการคัดลอกข้อมูลบัตรเอทีเอ็มในครั้งนี้ มีบัตรเดบิต เอทีเอ็ม ของธนาคารกสิกรไทย รวมทั้งบัตรของธนาคารอื่นได้รับผลกระทบ ซึ่งการถูกคัดลอกข้อมูลดังกล่าวเกิดจากตู้เอทีเอ็ม 2-3 ตู้ของหลายธนาคาร ในบริเวณถนนวิทยุ ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่เกิดความเสียหายทางการเงินในลักษณะดังกล่าว ธนาคารเจ้าของบัตรจะเป็นผู้รับผิดชอบให้ทั้งหมด
พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า ตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงขณะนี้ มีผู้เสียหายมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว 43 ราย ซึ่งจากนี้ จะได้ประสานเจ้าหน้าทีธนาคารมาสอบถามว่า วิธีการที่คนร้ายแฮคข้อมูล ดำเนินการอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ
นางสาวผกามาศ วิธีธรรม 1 ในผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้า ธนาคารไทยพานิชย์ และธนาคารกรุงเทพ ได้โทรเข้ามาแจ้งว่า มีการกดเงินไปจากบีญชีธนาคารของตน ที่ประเทศยูเครน เมื่อช่วงตี 2 ของวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึง3 ครั้ง จากทั้ง2 บัญชี รวมกว่า 3 หมื่นบาท ซึ่งเป็นบีญชีที่เปิดไว้กับธนาคารทั้ง 2 แห่งที่ตึก ออลซีซั่น ถนนวิทยุ ซึ่งทางธนาคารได้แนะนำให้ มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ และ จะดำเนินการตรวจสอบภายใน60 วัน และตอนนี้ รู้สึกๆมีมั่นใจในบัญชีธนาคาร
ขณะที่ นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายบริหารการป้องกันการทุจริต ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า คนร้ายที่โจรกรรมข้อมูลคาดว่าจะเป็นชาวรัสเซีย ตระเวนติดตั้งเครื่องสกิมมิ่ง ที่ช่องเสียบบัตรตู้เอทีเอ็ม บริเวณ ถ.วิทยุ ขโมยข้อมูลจากแถบแม่เหล็กบนบัตรเอทีเอ็มของลูกค้า จากนั้นจะส่งข้อมูลเพื่อไปทำบัตรใหม่ในประเทศรัสเซียและยูเครน ก่อนนำบัตรไปถอนเงินออกไป
ธนาคารไทยพาณิชย์ พบว่ามีลูกค้าถูกโจรกรรมข้อมูลและได้รับความเสียหาย 16 บัตร มูลค่าความเสียหายร่วม 1 แสนบาท ซึ่งธนาคารจะชดใช้ให้กับลูกค้าทุกราย พร้อมทั้งเปลี่ยนบัตรใหม่ให้กับลูกค้า 100 ราย ที่สงสัยว่าได้เข้าไปทำธุรกรรมในช่วงที่คนร้ายติดตั้งเครื่อง
นายพงษ์สิทธิ์ กล่าวว่า การป้องกันการโจรกรรมข้อมูลในรูปแบบนี้ยังทำได้ยาก เนื่องจากเมื่อธนาคารมีการติดตั้งอุปกรณ์แอนตี้ สกิมมิ่งแบบใหม่เข้าไป กลุ่มคนร้ายก็จะไปพัฒนากลโกงมาใหม่ จึงอยากแจ้งเตือนผู้ใช้เอทีเอ็มให้ป้องมือเพื่อปิดรหัสผ่านทุกครั้งที่ทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็ม







