
ศิลปินแห่งชาติค้านนิรโทษฯ
กลุ่มศิลปินเพื่อประชาธิปไตย มีมติร่วมต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมโดยระบุว่าในฐานะผู้ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม มีความเห็นว่า นับจากปี 2547 เป็นต้นมามีผู้สูญเสียจำนวนมาก มีเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องได้รับการสะสางเพื่อให้ความจริงปรากฏโดยกระบวนการยุติธรรม เพื่อสังคมจะได้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการจัดการความขัดแย้ง การล้างผิดแบบเหมาเข่งจึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักความเป็นธรรมและเหยียบย่ำทำลายความจริง จึงขอแสดงเจตนาคัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างถึงที่สุด
กลุ่มศิลปินเพื่อประชาธิปไตย มีมติร่วมต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมโดยระบุว่าในฐานะผู้ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม มีความเห็นว่า นับจากปี 2547 เป็นต้นมามีผู้สูญเสียจำนวนมาก มีเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องได้รับการสะสางเพื่อให้ความจริงปรากฏโดยกระบวนการยุติธรรม เพื่อสังคมจะได้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการจัดการความขัดแย้ง การล้างผิดแบบเหมาเข่งจึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักความเป็นธรรมและเหยียบย่ำทำลายความจริง จึงขอแสดงเจตนาคัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างถึงที่สุด
สำหรับรายชื่อกลุ่มศิลปินเพื่อประชาธิปไตยที่ร่วมลงชื่อ อาทิ อาจินต์ปัญจพรรค์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กฤษณา อโศกสิน อัศศิริ ธรรมโชติประภัสสร เสวิกุล สุเทพ วงศ์กำแหง สุรชัย จันทิมาธร ศิลา โคมฉาย ไพวรินทร์ ขาวงาม วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย วสันต์ สิทธิเขตต์ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ มงคล อุทก คฑาวุธ ทองไทย บิลลี่ โอแกน สินจัยฉัตรชัย เปล่งพานิช สุกัญญา มิเกล เสน่ห์ วงษ์กำแหง ฯลฯ
ปปช.บุกยื่นหนังสือถึงยูเอ็นค้านเหมาเข่ง
ภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายยูรี เฟโดตอฟ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) โดยการยื่นหนังสือในครั้งนี้ผ่านนายเจอร์รามี ดักกลาส ผู้แทนหน่วยงาน เพื่อแสดงเจตจำนงของ ป.ป.ช.ในการปฏิเสธการนิรโทษกรรมให้ความผิดทุจริตคอร์รัปชั่นที่มีการบรรจุในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งจะทำให้คดีที่เกี่ยวกับการทุจริตที่ คตส.สอบสวน รวมถึงคดีทั้งที่ตัดสินไปแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.ต้องตกไป
‘พระปกเกล้า’ อัดรัฐบิดเบือนปรองดอง
ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้ากล่าวว่า ผลการวิจัยเรื่องการปรองดองที่เคยเสนอก่อนหน้านี้ ไม่ใช่รูปแบบที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ โดยได้เสนอว่าการปรองดองจะต้องเริ่มจากทุกฝ่ายร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งการปรองดอง รัฐบาลแสดงเจตจำนงทางการเมืองชัดเจน มีแนวทางที่เป็นรูปธรรม และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งในรูปของตัวเงินและความรู้สึก แต่ปรากฏว่าแนวทางดังกล่าวมิได้ถูกนำมาปฏิบัติให้เป็นผล แต่กลับมีการเลือกใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มคือการนิรโทษกรรม ดังนั้นรัฐบาลอย่าเป็นผู้สร้างความขัดแย้งเสียเอง อย่าปล่อยให้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสร้างความแตกแยกในสังคม
สายสกุล ‘โทณะวณิก’ แถลงต้าน
กลุ่มผู้สืบเชื้อสายสกุล “โทณะวณิก” ออกแถลงการณ์ต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยระบุว่าตั้งแต่การก่อการของคณะราษฎรเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ไม่มียุคใดสมัยใดที่กฎหมายถูกหยามย่ำยี และถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสถาปนาอำนาจอันมิชอบดังเช่นการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมาก่อน ร่างกฎหมายดังกล่าวขัดต่อหลักหลักนิติธรรม ขอเรียกร้องวุฒิสภาระงับร่างกฎหมายดังกล่าว และตั้งความหวังว่าหากร่าง พ.ร.บ.นี้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ถ่วงดุล คานอำนาจ โดยฝ่ายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะธำรงไว้ซึ่งหลักแห่งกฎหมายหรือหลักนิติธรรม
ขรก.ศูนย์ราชการร่วมเป่านกหวีด
ข้าราชการ พนักงานในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติแจ้งวัฒนะ อาคารบี ประมาณ 1,000 คน ได้ออกมารวมตัวกันที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าทิศตะวันออก เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านต่อต้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม และเดินขบวนรณรงค์จากอาคารบีไปยังทางเข้าศูนย์ราชการที่ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีการเป่านกหวีดและส่งเสียงร้อง “ไม่เอา” ไปตลอดทาง
ประธานศาลอุทธรณ์หนุนกลุ่มตุลาการ
ทวี ประจวบลาภ ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 9 กล่าวว่า การที่กลุ่มผู้พิพากษาในนามตุลาการผู้รักแผ่นดิน 63 คน ออกแถลงการณ์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการแสดงออกในฐานะประชาชนที่รักชาติ แสดงความคิดเห็นทางวิชาการที่มีน้ำหนักมาก โดยไม่ใช่การใช้อำนาจตุลาการกดดันฝ่ายนิติบัญญัติแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามหากผู้พิพากษาไม่ออกมาแสดงความเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็อาจถูกประชาชนสงสัยว่าผู้ที่ถือกฎหมายกำลังทำอะไรอยู่







