
เงินกู้น้ำ3.5แสนล้านส่อแท้งแบงก์ไม่ให้กู้
เงินกู้โครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ส่อแววผิดกฎหมาย ไม่มีใครกล้าเบิกใช้วงเงิน
เงินกู้โครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ส่อแววผิดกฎหมาย ไม่มีใครกล้าเบิกใช้วงเงิน
เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา กรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง ได้เชิญธนาคาร 4 แห่งที่ลงนามในสัญญาปล่อยกู้ให้กับโครงการเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ 3.5 แสนล้านบาท มาชี้แจงเรื่องการเบิกจ่ายเงิน ปรากฏว่าไม่มีธนาคารไหนปล่อยเงินกู้ เนื่องจากไม่แน่ใจในอำนาจการกู้ยืม หลังจากไม่ได้กู้ยืมเงินตามกำหนดภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2556
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมหารือกับธนาคารเจ้าหนี้ที่ปล่อยกู้ร่วมว่ามีความคิดเห็นอย่างไร หากยังสงสัยก็อาจทำหนังสือร่วมกันสอบถามกระทรวงการคลังเพื่อขอความชัดเจน
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. ได้มีการปล่อยกู้รวมกันไปแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่นับจากวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมายังไม่มีการอนุมัติเงินกู้ เพราะต้องรอทำประชาพิจารณ์ของโครงการในแต่ละพื้นที่ก่อน
“หากแบงก์อื่นบอกปล่อยกู้ไม่ได้ แล้วออมสินจะปล่อยกู้ในส่วนที่เหลือเองหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องนำเข้าบอร์ดของธนาคารก่อนว่าเรามีสภาพคล่องพอหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มันไม่ออโตเมติก และที่สำคัญเหตุการณ์มันยังไม่เกิด” นายวรวิทย์ กล่าว
นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวคิดในการพิจารณาโครงการน้ำของธนาคารเห็นว่า โครงการนี้เป็นโครงการ 7 ปี ดังนั้นการอนุมัติวงเงินจึงต้องทำตามความคืบหน้าของโครงการ จึงไม่สามารถอนุมัติเงินกู้ทั้งก้อนได้ภ่ยใน 1 2 เดือน เพราะหากปล่อยเงินกู้ไปกองไว้จะมีความเสี่ยงมากกว่าการอนุมัติตามความจริง
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้มีการทำสัญญาการกู้เงิน ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตของประเทศ พ.ศ. 2556 มีวงเงินราว 3.5 แสนล้านบาท แยกเป็นธนาคารออมสิน วงเงิน 1.93 แสนล้านบาท, ธนาคารกรุงเทพ วงเงิน 1.78 แสนล้านบาท, ธนาคารกสิกรไทย วงเงิน 9 พันล้านบาท และธนาคารกรุงไทย วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท
สำหรับเงื่อนไขการกู้เงินในสัญญากู้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าว กำหนดว่าจะต้องเบิกจ่ายภายในระยะเวลา 6 ปี และชำระหนี้คืน ภายใน 4 ปีหลังจากวันที่เบิกจ่าย โดยเบื้องต้นอัตราดอกเบี้ยคาดว่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3.8%







