posttoday
เมื่อพายุทรายถล่มโลก

เมื่อพายุทรายถล่มโลก

03 พฤศจิกายน 2556

ตอนแรกดูเหมือนหมอกสีน้ำตาลปรากฏที่ขอบฟ้า แต่เมื่อกลุ่มหมอกเคลื่อนเข้าใกล้ มันคือกำแพงฝุ่นขนาดมหึมาที่จู่โจมและกลืนกินเมือง พายุพัดอย่างรุนแรงอยู่หลายชั่วโมงจนเมืองทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีแดง ทุกวันนี้โลกถูกรบกวนจากพายุฝุ่นบ่อยขึ้น เช่นเมืองมอรีทาเนียในแอฟริกาตะวันตก ต้องเผชิญกับพายุฝุ่นถึง 80 ครั้ง/ปี ข้อมูลที่น่าหวาดหวั่นนี้มาจากการศึกษาของนักธรณีวิทยาหลายคน เช่น แอนดรูว์ กอดี้ จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในอังกฤษ

ตอนแรกดูเหมือนหมอกสีน้ำตาลปรากฏที่ขอบฟ้า แต่เมื่อกลุ่มหมอกเคลื่อนเข้าใกล้ มันคือกำแพงฝุ่นขนาดมหึมาที่จู่โจมและกลืนกินเมือง พายุพัดอย่างรุนแรงอยู่หลายชั่วโมงจนเมืองทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีแดง ทุกวันนี้โลกถูกรบกวนจากพายุฝุ่นบ่อยขึ้น เช่นเมืองมอรีทาเนียในแอฟริกาตะวันตก ต้องเผชิญกับพายุฝุ่นถึง 80 ครั้ง/ปี ข้อมูลที่น่าหวาดหวั่นนี้มาจากการศึกษาของนักธรณีวิทยาหลายคน เช่น แอนดรูว์ กอดี้ จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในอังกฤษ

ภาพแบบเดียวกันพบได้ในทุกหนแห่งของภูมิภาคที่แห้งแล้งของโลก เช่น ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ถูกโจมตีจากพายุฝุ่นขนาดมหึมาในปี 2009 และในเดือน ม.ค. 2556 พายุฝุ่นขนาดมหึมาก็ถล่มออสเตรเลียอีกครั้งที่เมืองออนสโลว์ จากข้อมูลของ UNEP พายุฝุ่นเคลื่อนย้ายฝุ่น 1,000-3,000 ล้านตัน/ปี ไปทั่วโลก

มนุษย์คือผู้สร้างพายุฝุ่น

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ประเมินว่ามนุษย์เป็นผู้สร้างฝุ่นขึ้นมามากถึงครึ่งหนึ่งและฝุ่นพวกนี้ถูกกวนขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ มีการทำการเกษตรในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม การเลี้ยงปศุสัตว์ในทุ่งหญ้าที่มากเกินไป ก็อาจเป็นเหตุให้เกิดทั้งพายุฝุ่นและพายุทราย เนื่องจากสัตว์จำนวนมากทำลายการเติบโตของพืช ทำให้ลมตีพื้นผิวได้มากขึ้น

เมื่อลมกวาดเข้าไปในพื้นที่แห้งแล้ง กระบวนการอันต่อเนื่องของการเกิดพายุทะเลทรายก็เริ่มต้นขึ้น เม็ดทรายที่เบาจะถูกพัดขึ้นไปในอากาศแล้วตกลงมากระทบพื้นในมุมตรง เมื่อกระทบพื้น มันอาจกระแทกเม็ดทรายอื่นที่เกาะตัวกันอยู่ให้หลุดออกหรือไม่ก็กระดอนขึ้นมาใหม่ อนุภาคเล็กจิ๋วที่สุดนั้น สามารถยกตัวขึ้นไปในอากาศได้สูงหลายกิโลเมตรและก่อให้เกิดฝุ่นเมฆขึ้น การเคลื่อนตัวของทรายจะเร็วขึ้นแบบยกกำลังสอง ถ้ากระแสลมเร็วขึ้นเป็นสองเท่า ทรายและฝุ่นจะถูกพัดพาเพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่า

เชื้อราร้ายกาจปลิวมาด้วย

ฝุ่นสามารถเดินทางไปได้ไกลหลายพันกิโลเมตร มีการค้นพบฝุ่นจากทะเลทรายซาฮาราในน้ำแข็งของกรีนแลนด์ ในภาพถ่ายดาวเทียม พายุฝุ่นจากซาฮารานั้นมักพัดพาไปไกลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งอาจมีปริมาณฝุ่นมากจนบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้น้ำทะเลไม่ร้อนเหมือนระดับปกติ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศบอกว่าการขาดความร้อนทำให้เกิดเฮอริเคนในปี 2006 น้อยลง

ในบรรดาฝุ่น 770 ล้านตัน จากซาฮารานั้น มีบางส่วนเดินทางไปไกลถึงแคริเบียน สหรัฐ และอเมริกาใต้ ซึ่งทั้งเป็นอันตรายและเป็นประโยชน์ ฝุ่นมีสปอร์ของราอยู่ด้วย ซึ่งสงสัยกันว่าจะเป็นตัวการทำลายแนวปะการังของสหรัฐ ในอีกด้านหนึ่งฝุ่นมีแร่ธาตุมากมาย ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับป่าฝนของ อเมซอน ที่นั่นพายุฝุ่นรุนแรงเกิดขึ้นมากถึง 100 วันในหนึ่งปี พายุแต่ละครั้งเคลื่อนย้ายฝุ่นมากถึง 7 แสนตัน นักธรณีวิทยาบอกว่าฝุ่นราว 50 ล้านตัน/ปี เดินทางไปยังอเมซอน

ธรรมชาติเยียวยาบาดแผลด้วยตัวเอง

พายุฝุ่นอาจทำให้พื้นที่กว้างใหญ่เสื่อมโทรมเนื่องจากมันนำเอาแร่ธาตุอันมีค่าหายไปพร้อมกับทรายและฝุ่นจนก่อเกิดวงจรอันตรายขึ้น ในพื้นที่ที่ไร้แร่ธาตุ พืชจะเติบโตได้ยาก จึงเสี่ยงที่จะเกิดพายุฝุ่นครั้งใหม่ที่ร้ายแรงและยิ่งดึงแร่ธาตุออกไปจากผืนดินมากขึ้น

แต่กระทั่งในภูมิภาคที่แห้งแล้งและลมพัดแรง ธรรมชาติก็เยียวยาบาดแผลของตัวเองในบางระดับ สารประกอบของเหล็กและแมงกานีสก่อให้เกิดเปลือกแข็งปกป้องหน้าดินจากลม แต่เปลือกนี้ไม่แข็งแรงมากนัก วิธีป้องกันที่ดีที่สุดจึงคือการไม่เปิดหน้าดินเพื่อทำการเกษตรในช่วงที่ลมพัดจัด อันจะทำให้พายุฝุ่นที่ร้ายแรงเกิดขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน