posttoday
โจรแสบซิ่งจยย.ตระเวนชิงทรัพย์2วัน5ครั้ง

โจรแสบซิ่งจยย.ตระเวนชิงทรัพย์2วัน5ครั้ง

02 พฤศจิกายน 2556

ตำรวจ สน.ท่าข้าม จับหนุ่มวัยเบญจเพส หลังร่วมกับเพื่อนอีก2 คน ขับจยย.2 คันตระเวนชิงทรัพย์และทำร้ายเจ้าทุกข์ที่รถเก๋งและจยย. 2 วัน รวม 5 ครั้ง

ตำรวจ สน.ท่าข้าม จับหนุ่มวัยเบญจเพส หลังร่วมกับเพื่อนอีก2 คน ขับจยย.2 คันตระเวนชิงทรัพย์และทำร้ายเจ้าทุกข์ที่รถเก๋งและจยย. 2 วัน รวม 5 ครั้ง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 พ.ย. นางธัญลักษณ์ ปิติเศรษฐการ อายุ 56 ปี  กรรมการบริหารบริษัท โซเล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตกุญแจโซเล็กซ์ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.พิทักษ์ หอมทอง พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม หลังถูกคนร้ายปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ

นางธัญลักษณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายตนเดินทางออกจากโรงงานย่านบางขุนเทียนชายทะเลโดยขับรถยี่ห้อเบ็นซ์ รุ่นอี 200 หมายเลขทะเบียน ฎผ 6565 กรุงเทพมหานคร สีบรอนซ็เงิน เพื่อที่จะเดินทางไปบ้านพักย่านสาธร เมื่อตนขับรถออกมาถึงบริเวณปากซอยบางขุนเทียน 11 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน ก็มีรถ จยย.แบบผู้หญิงสีฟ้าคาดขาวขับมาคนเดียว ขับเข้ามาชนที่ด้านท้ายรถ ตนจึงลงรถออกมาดู แต่เห็นใบหน้าไม่ชัดเนื่องจากชายคนดังกล่าวได้สวมผ้าคลุมหน้าและสวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีดำทับอีกทีเห็นแต่เพียงดวงตาเท่านั้น ตนก็ถามชายคนดังกล่าวว่าเป็นอะไรไหม ชายคนดังกล่าวไม่พูดอะไรเอาแต่สายหน้า

นางธัญลักษณ์ กล่าวอีกว่า จากนั้นตนก็เดินไปที่รถเพื่อที่จะเอาใบกรมธรรม์รถ ระหว่างที่กำลังเดินไปหน้ารถ ชายคนดังกล่าวก็พุ่งพรวดเข้ามาจับกระเป๋าถือของตน ตนก็ถามกลับไปว่าจะทำอะไรถ้าอยากได้เงินจะให้ แต่ชายคนดังกล่าวไม่ฟังเสียงตน พยายามจะยื้อกระเป๋าจากตนให้ได้ ระหว่างนั้นได้มีชายอีก 2 คน  ได้เดินเข้ามาช่วยคนร้ายยื้อกระเป๋าของตนพร้อมกับชักปืนออกมาขู่ ตอนนั้นตนเห็นว่าปืนดังกล่าวนั้นเป็นปืนปลอม ตนจึงต่อสู้แบบไม่คิดชีวิต จากนั้นคนร้ายทั้ง 3 คนก็รุมตบตีจนนับครั้งไม่ถ้วน จากนั้นหนึ่งในร้ายได้ชกเข้าที่เบ้าตาตนจนเลือดอาบ ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ซึ่งขับรถเก๋ง ผ่านเข้ามาจึงขับเข้ามาปาดจนคนร้ายทั้ง 3 คน กระเด็นไปคนละทาง โดยหนึ่งใน 3 นั้นถูก ร.ต.ต.เจษฎา จู่คำศรี รอง สว.สส.สน.ท่าข้าม ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ เห็นเหตุการณ์จึงแสดงตัวพร้อมกับชักปืนเข้าจับกุมทันที ส่วนอีก 2 คนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นตนก็เดินทางไปรักษาบาดแผลที่ รพ.พระรามเอก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยแพทย์ได้ทำการเย็บบาดแผล 4 เข็ม ก่อนที่ตนจะมาแจ้งความดังกล่าว
 
ด้านนายสุขวุฒิ รัตนพล อายุ 23 ปี พลเมืองดีคนดังกล่าว กล่าวว่า ตนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 4  ภาควิชาวารสารศาสตร์เพื่อวิทยุกระจายเสียงละวิทยุโทรทัศน์ เเละตนเป็นนักศึกษาฝึกงานของ ช่อง 9 โดยก่อนเกิดเหตุตนขับรถเก๋งยี่ห้อเชฟโรเล็ต รุ่นโนนิค สีดำ (แต่ไม่ขอเปิดเผยเลขทะเบียน) มาจากบ้านย่านพุทธมณฑลสาย 2 เพื่อที่จะมาเปลี่ยนป้ายทะเบียนเป็นป้ายดำที่โชว์รูมเชฟโรเล็ต ถนนพระราม 2 เมื่อได้ป้ายดำแล้ว ตนก็ขับรถออกจากโชว์รูมไม่ถึง 10 นาที ก็พบกับเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จึงตัดสินใจขับรถเข้าปาดคนร้ายดังกล่าว เมื่อคนร้ายแตกกระเจิงก็พยายามเอาปืนออกมาข่มขู่ก่อนจะหนีไป

“ที่ตัดสินใจทำแบบนี้ตอนนั้นไม่ทันคิดอะไร ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องทะเลาะกันธรรมดา เมื่อขับรถเข้ามาใกล้ก็พบว่าเป็นการกระชากกระเป๋า และเห็นนางธัญลักษณ์ มีเลือดอาบที่ใบหน้าด้วย จึงตัดสินใจหักรถเข้ามาชนดังกล่าว” นายสุขวุฒิกล่าว

 ด้าน นายอเนกพงษ์ รัตนบานชื่น อายุ 30 ปี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 12.30 น. ขับรถเบ็นซ์มาจากย่านพระราม 3 ใช้เส้นทางถนนกัลปพกษ์ ขณะที่กำลังยูเทิร์นแยกกำนันแม้น ช่วงที่รถตนกำลังชะลอ ได้มี จยย.สกู๊ปปี้ไอ 2 คน สีฟ้าคาดขาว และสีขาว นั่งซ้อนท้ายมา 3 คน เข้ามาชนท้ายรถตน จากนั้นคนร้ายได้ลงมาเจรจาเรื่องประกันขณะที่ตนกำลังจะเปิดรถด้านซ้ายเพื่อหยิบเอกสาร หนึ่งในตนร้ายก็ผลักตนเข้าไปในรถพร้อมกับทำร้ายและใช้อาวุธปีนข่มขู่ จากนั้นคนร้ายอีกคนได้ใช้มีดฟันเข้าที่บริเวณคิ้วซ้าย เย็บ 3 เข็ม และแขนขวา เย็บ 11 เข็ม ก่อนจะลากตนเข้ามากระทืบที่ป่าหญ้าข้างทาง จากนั้นคนร้ายได้กระชากสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง แต่ตนยื้อแย่ง กับคนร้ายจึงทำให้คนร้ายได้ทองไปแค่บางส่วน ก่อนจะขับรถย้อยศรหลบหนีไป

น.ส.ศุภารมย์ สิริทองงาม อายุ 36 ประกอบธุรกิจส่วนตัวหนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลาบ่ายโมง ตนขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส ออกจากบ้านย่านพุทธมณฑลสาย 2 เพื่อที่จะไปรับน้องสาวที่โรงเบียร์ฮอลแลนด์ ถนนพระราม 2 โดยใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษก จากนั้นตนได้แวะเติมแก็สช่วงโค้งก่อนเข้าถนนพระราม 2 เมื่อตนเติมแก็สเสร็จก็มุ่งหน้าเข้าถนนพระราม 2  จากนั้นได้มี คนขับ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีฟ้าคาดขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับมาคนเดียว เข้ามาชนที่ท้ายรถของตน 1 ครั้ง ตอนนั้นตนไม่ได้คิดอะไรและขับรถไปต่อ จากนั้นรถ จยย.คนดังกล่าวยังขับเข้ามาชนท้ายรถของตนอีก ครั้งนี้ตนเลยจอดรถและไปสอบถามอาการของคนขับรถ จยย. แต่ไม่เห็นใบหน้าเห็นเพียงแต่ดวงตาเท่านั้นเนื่องจากคนขับรถจยย.ใช้ผ้าคลุมใบหน้าและหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีดำทับอีกที โดยคนขับรถ จยย.ไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้าเพียงอย่างเดียว จากนั้นตนก็กลับเดินกลับที่รถเพื่อที่จะโทรหาแฟนระหว่างนั้น คนขับรถ จยย.ดังกล่าวได้เข้ามานั่งประกบฝั่งข้างคนขับ จากนั้นก็มีชายอีกไม่ทราบว่ามาจากไหน เข้ามานั่งที่ด้านหลังคนขับพร้อมกับชักปืนออกมาจี้ที่ศรีษะของตน พร้อมกับบอกกับตนว่ามีทรัพย์สินเท่าไรเอามาให้หมด จากนั้นคนร้ายก็ค้นที่กระเป๋าถือของตนซึ่งมีเงินเหลืออยู่ 100 บาท จากนั้นคนร้ายได้เอาบัตร เอทีเอ็ม จำนวน 3 ใบของตน โดยได้ยื่นให้กับคนร้ายอีกคนที่รออยู่นอกรถ

 น.ส.ศุภารมย์ กล่าวอีกว่า จากนั้นคนร้ายที่นั่งฝั่งข้างคนขับ ได้ลงจากรถเพื่อที่ไปขับ จยย.สกู๊ปปี้ไอสีฟ้าคาดขาว นำหน้ารถของตน ส่วนคนร้ายอีกคนที่รออยู่ข้างนอกรถก็ขับรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอสีขาว ขับนำหน้าออกไปยังตู้เอทีเอ็ม จากนั้นคนที่นั่งหลังคนขับได้บอกให้ตนขับรถตาม จยย.สกู๊ปปี้ไอสีฟ้าคาดขาวไปได้ประมาณ 500 เมตร ก็บอกให้ตนจอดรถข้างทาง พร้อมกับถามรหัสบัตรเอทีเอ็ม ตอนนั้นตนรู้สึกกลัวจึงบอกรหัสบัตรไปกับคนร้ายไป แต่บอกสลับเลขซึ่งตนไม่ได้ตั้งใจจะบอกสลับเลขด้วยความตื่นกลัวจึงทำให้ตนลนลาน จากนั้นคนร้ายก็คุยโทรศัพท์กันและบอกกับตนว่ารหัสผิด จนตู้ เอทีเอ็ม ยึดบัตรไปแล้ว 1 ใบ
 
ผู้เสียหายสาว กล่าวอีกว่า จากนั้นคนร้ายก็พูดกับตนอีกว่าถ้าเป็นแบบนี้คงต้องเอารถของตนไปและจะเอาผ้าปิดตาตนและเอาไปทิ้งข้างทาง แต่ตนขอร้องคนร้ายว่าอย่าเอารถไปเพราะต้องใช้ทำมาหากิน จากนั้นคนร้ายจึงใจอ่อนก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือยี่ซัมซุง รุ่นโน้ต 2 และ โทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ แหวานทองคำน้ำหนัก 50 สตางค์ จากนั้นก็ได้ค้นตัวตนก่อนจะเจอเงินสดที่ตนพกอยู่ 10,000 บาท จากนั้นคนร้ายก็บอกให้ตนดับรถ ก่อนจะเอากุญแจไป และโยนทิ้งไปในข้างทางห่างประมาณ 20 เมตร ตนจึงตามไปเก็บและมาสตาร์ทรถก่อนจะไปรับน้องสาวและมาแจ้งความดังกล่าว 

ด้านน.ส.อัญชลี ส่อศิริ อายุ41 ปี ผู้เสียหายอีกรายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ11.50 น. ในขณะที่ตนกำลังขับรถโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน วห 4191 กรุงเทพมหานคร ออกจากบ้านย่านราษฎร์บูรณะ กำลังจะไปบางพลัด เมื่อขับรถมาถึงบริเวณทางต่างระดับเพชรเกษมตัดกัลปพฤกษ์ ซึ่งเป็นทางโค้งและมีการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า ต้องชะลอรถ รู้สึกว่ามีรถจยย.ขี่ชนท้าย จึงจอดรถชิดขอบทางลงไปดู พบคนร้ายแต่งกายเหมือนแม็สเซ็นเจอร์ สวมหมวกกันน๊อกสีดำ มีผ้าเช็ดหน้าสีดำลายขาวปิดจมูกและปาก ใช้รถจยย.ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีฟ้าขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาถามตนว่ารถมีประกันหรือไม่ ตนจึงเปิดประตูด้านคนขับเพื่อหยิบเอกสารในรถ โดยเปิดประตูค้างไว้ จังหวะนั้นเองได้มีคนร้ายที่แต่งกายเหมือนกันอีก 2 คน ขี่จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาว อีกคัน เข้ามาจอดแล้วขึ้นมาบนรถตนด้านซ้ายทั้งเบาะหน้าและหลังคันอ้อมไปเปิดประตูด้านข้างทั้งหน้าและหลังขึ้นมานั่งบนรถ แล้วล๊อกคอ จิกผม ปิดปากตน ไม่ให้ร้อง ตนพยายามดิ้นรนร้องให้คนช่วย แล้วดิ้นวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือคนที่ผ่านมา จนคนร้ายแยกย้ายกันหลบหนีไปได้โดยไม่ได้ทรัพย์สิน

ส่วนนายเนรศ นาคเนื้อ อายุ30 ปี ผู้เสียหายอีกราย ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 14.20 น.ตนก็ถูกคนร้ายเป็นชาย2คน แต่งตัวเหมือนแม็สเซ็นเจอร์ ขี่รถจยย.ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีฟ้าขาว ขี่ประกบตนในขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าซอยตากสิน14 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี โดยคนซ้อนท้ายชักอาวุธปืนออกมาขู่ให้ตนหยุดรถ แล้วกระชากสร้อยคอทองคำหนัก1บาท จนขาด แล้วหลบหนีไป แต่ได้ไปแค่ครึ่งเส้น เพราะขาดตกอยู่ในที่เกิดเหตุอีกครึ่งเส้น

ในขณะที่ตำรวจกำลังไล่ล่าคนร้ายอยู่นั้น เวลาประมาณ 17.00น.ได้มีคนร้าย2คน ขี่รถจยย.รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีฟ้าขาว ใช้อาวุธปืนพยายามชิงทรัพย์น.ส.วัศยา พุ่มประยูร อายุ22 ปี ในขณะกำลังขับรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส ทะเบียน ฆท 2134 กรุงเทพมหานคร ในขณะขับผ่านมาถึงปั๊มน้ำมันป.ต.ท. ริมถนนกาญขนาภิเษก แขวงและเขตบางบอน แต่ผู้เสียหายร้องให้พลเมืองดีช่วย จนคนร้ายไหวตัวทันขี่รถจยย.ย้อนเส้นศรหลบหนีไปทางถนนกัลปพฤกษ์ ซึ่งน.ส.วัศยาได้แจ้งความไว้ที่สน.บางขุนเทียน

สำหรับคนร้ายที่ถูกจับกุมได้ทราบชื่อต่อมาคือบุญลิขิต หรือเอ็ม สุดสะอาด อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 392 ตรอกโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า 5 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี พร้อมของกลางหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบสีขาว เสื้อคลุมสีดำ มีดพกยาวประมาณ 1 นิ้ว จึงนำตัวมาสอบสวนที่ สน.ท่าข้าม

จากการสอบสวนนายบุญลิขิต สารภาพว่า ตนเพิ่งปลดจากทหารเกณฑ์ ได้ประมาณ 4 เดือน ยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง โดยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน  นายชัยวุฒิ พิทักษ์คุณทักษ์วุฒิ หรือปั๊ม อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/1 ซอยเทิดไทย 23 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี และนายทอช (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่บ้านใกล้กัน เข้ามาชวนให้ไปหาเงิน โดยบอกกับตนว่าเป็นงานไม่ยากแค่ให้ดูต้นทางเท่านั้น ตนจึงซ้อนท้ายนายทอช ไปก่อเหตุตระเวนปล้นทรัพย์บริเวณถนนเอกชัย 3 จุด ได้ทรัพย์มาแค่ทองไม่ถึง 1 บาท เพราะบางส่วนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จากนั้นเพื่อนทั้ง 2 คนจึงเอาทองไปขายและตนได้ส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท ส่วนวันนี้ตนได้ร่วมกับเพื่อนก่อเหตุ 3 ครั้ง อีกส่วนอีก 3 ครั้ง เพื่อนทั้ง 2 คนได้ไปก่อเหตุกันเอง ส่วนวันนี้นั้นตนได้เพียงแค่ทอง 1 บาทครึ่งเส้น ก่อนมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว จากนี้เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุญาตศาลออกหมายจับคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน