posttoday
กกพ.สั่งตรึงค่าไฟต่อไปถึงส.ค.

กกพ.สั่งตรึงค่าไฟต่อไปถึงส.ค.

30 เมษายน 2553

 กฟผ.ยอมแบกค่าเอฟทีหมื่นล. ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนโพสต์ทูเดย์ — กกพ. สั่งตรึงค่าไฟฟ้าไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.นี้ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น 19.27 สตางค์ต่อหน่วย แต่ไม่ขึ้นค่าเอฟที

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. มีมติเห็นชอบให้ตรึงค่าเอฟทีรอบเดือน พ.ค.ส.ค. 2553 ในอัตรา 92.55 สตางค์ต่อหน่วย ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอ แต่จากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเอฟทีที่แท้จริงอยู่ที่ 111.82 สตางค์ต่อหน่วย หรือสูงกว่าอัตราที่ตรึงไว้ 19.27 สตางค์/หน่วย

ทั้งนี้ กฟผ.จะแบกรับภาระไปก่อนเป็นวงเงินรวม 9,698 ล้านบาท ส่วนเอฟทีงวดต่อไปจะปรับขึ้นหรือไม่นั้น ก็คงจะต้องมาพิจารณารายละเอียดร่วมกัน หากปรับขึ้นก็จะไม่ผลักภาระไปยังประชาชนทั้งหมด เพราะจะต้องดูผลกระทบของผู้บริโภคเป็นหลัก

นายนภดล มัณฑะจิตร กรรมการ กกพ. กล่าวว่า จากการหารือกับ กฟผ. พบว่าหากต้นทุนค่าไฟฟ้าโดยรวมไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว และค่าเอฟทีไม่เปลี่ยนแปลงก็คาดว่าภาระการเงินที่ กฟผ.แบกรับไว้ 9,698 ล้านบาท จะชำระได้หมด อย่างไรก็ตามคงจะต้องติดตามสถานการณ์โดยรวมว่าจะเปลี่ยนแปลงไปจากคาดการณ์หรือไม่ ซึ่งการคาดการณ์นี้อยู่บนพื้นฐานที่ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และเท่าที่ติดตามการวิเคราะห์ของกลุ่มโอเปกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในอัตรานี้ ซึ่งจะส่งผลทำให้ราคาต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เช่น ก๊าซธรรมชาติไม่ขยับขึ้นมากนัก

ทั้งนี้ การพิจารณาค่าเอฟทีได้คำนึงปัจจัยหลักต่างๆ ได้แก่ ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นโดยราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 236.42 บาทต่อล้านบีทียู เป็น 238.93 บาทต่อล้านบีทียู เมื่อเทียบกับแผนช่วงที่ผ่านมา และราคาน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นจากช่วงราคา 71.6–72.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงเดือน ม.ค.เม.ย. 2553 เป็น 77.3–79.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นจาก 33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็น 32.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ขณะที่การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ต้นทุนโดยรวมต่ำลง โดยล่าสุดการใช้ไฟฟ้าขยายตัว 7.97% และคาดว่าการใช้ไฟฟ้าในรอบต่อไปจะเพิ่มขึ้นถึง 6,000 ล้านหน่วย หรือเพิ่มจาก 4.4 หมื่นล้านหน่วย เป็น 5 หมื่นล้านหน่วย จึงทำให้ลดภาระค้างรับค่าเชื้อเพลิงของ กฟผ. จากเดิมคาดว่า กฟผ. มีภาระสะสมถึงเดือน ส.ค. 2553 ประมาณ 9,698 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ามติ ครม. ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ กกพ. เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะผ่านทางเว็บไซต์ www.erc.or.th ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 10 พ.ค. 2553 เวลา 12.00 น. ก่อนประกาศใช้เป็นค่าเอฟทีที่เรียกเก็บต่อไป โดยเดิมนั้นรัฐบาลมีมนโยบายให้ กฟผ. ตรึงค่าไฟฟ้า 1 ปี จาก สค.2552 ถึง สค.2553

สำหรับปัญหาภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากอุบัติเหตุก๊าซพม่าและอ่าวไทยหยุดส่ง ในเดือนสิงหาคม และตุลาคม 2552 วงเงินรวม 1,166 ล้านบาท นั้น กกพ.มีมติให้ ผู้ประกอบการรับผิดชอบทั้งหมด โดยไม่ส่งผ่านมายังค่าไฟฟ้า และจากการหารือเบื้องต้นรับทราบว่า ปตท.จะเป็นผู้รับภาระโดยจะส่งผ่านภาระไปยังผู้ผลิตก๊าซฯ ต่อ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน