
เลี่ยงขาดดุล
กลายเป็นปัจจัยเลวร้ายกดดันรัฐบาลญี่ปุ่นที่กำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซบเซาหลังรายงานดุลการค้าระหว่างประเทศในเดือน ก.ย. พบว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าสูงถึง 9.3 แสนล้านเยน ซึ่งนับเป็นการขาดดุลต่อเนื่องเดือนที่ 15 ขณะที่การขาดดุลในช่วงครึ่งปีงบประมาณแรกนี้ทำสถิติใหม่ที่ 4.9 ล้านล้านเยน
กลายเป็นปัจจัยเลวร้ายกดดันรัฐบาลญี่ปุ่นที่กำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซบเซาหลังรายงานดุลการค้าระหว่างประเทศในเดือน ก.ย. พบว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าสูงถึง 9.3 แสนล้านเยน ซึ่งนับเป็นการขาดดุลต่อเนื่องเดือนที่ 15 ขณะที่การขาดดุลในช่วงครึ่งปีงบประมาณแรกนี้ทำสถิติใหม่ที่ 4.9 ล้านล้านเยน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอูริ อธิบายว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นขาดดุลมหาศาลอย่างรวดเร็วนี้ เป็นผลจากการนำเข้าพลังงานปริมาณมากช่วงไม่กี่เดือนให้หลัง แถมยังนำเข้าในขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงหนัก ส่งผลให้ต้นทุนนำเข้าพลังงานแพงมาก ดังนั้น การขาดดุลจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้โดยมีการคาดการณ์ว่าต้นทุนนำเข้าก๊าซธรรมชาติแอลเอ็นจีและน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 9 ล้านล้านเยน ภายในช่วง 3 ปีงบประมาณตั้งแต่ปี 25542556 ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อครัวเรือนญี่ปุ่นขณะนี้แพงขึ้น 30% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ในปี 2554
บทบรรณาธิการสรุปว่า แม้จะมีเหตุให้ราคาพลังงานแพง แต่ใช่ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรืออย่างน้อยที่สุดเพื่อบรรเทาภาวะขาดดุล และเพื่อไม่ให้ส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยหนึ่งในทางเลี่ยงสำคัญก็คือการเปิดเตาปฏิกรณ์ นิวเคลียร์ขึ้นใช้งานโดยด่วน ซึ่งแน่นอนว่าโรงงานนั้นๆ ต้องได้รับการรับรองความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเร่งให้การสนับสนุนภาคธุรกิจ เช่น การลดหย่อนภาษีให้กับองค์กร หรือช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งแท้จริง







