
ยกสิทธิพัฒนาที่ดินรัฐวิสาหกิจให้กนร.
ครม.ยกสิทธิพิจารณาอนุมัติพัฒนาที่ดินรัฐวิสาหกิจ 8 แปลง 4,569 ไร่ ให้ กนร.
ครม.ยกสิทธิพิจารณาอนุมัติพัฒนาที่ดินรัฐวิสาหกิจ 8 แปลง 4,569 ไร่ ให้ กนร.
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 ต.ค. มีมติเห็นชอบให้รัฐวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของที่ดิน 8 แปลง พื้นที่รวม 4,569 ไร่ ซึ่งจะนำที่ดินดังกล่าวไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์ มีระยะเวลาการเช่าเกิน 1 ปี โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) กำหนด และต้องเสนอแผนงานและโครงการลงทุนให้ กนร.อนุมัติก่อนเปิดให้เช่าพัฒนาที่ดิน
สำหรับการพัฒนาที่ดิน 8 แปลง ที่ต้องได้รับการอนุมัติจาก กนร.ก่อนให้เช่าใช้พัฒนา ได้แก่ 1.พื้นที่ย่านมักกะสันของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พื้นที่ 597 ไร่ 2.พื้นที่พหลโยธิน ย่านบางซื่อ ของ ร.ฟ.ท. พื้นที่ 276 ไร่ 3.พื้นที่พระราม 3 สถานีแม่น้ำ ของ ร.ฟ.ท. พื้นที่ 240 ไร่ 4.พื้นที่ย่านห้วยขวาง ของบริษัท อสมท พื้นที่ 50 ไร่
5.ที่ตั้งบริษัท ไม้อัดไทย เดิม ถนนสรรพาวุธ เขตบางนา ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พื้นที่ 134 ไร่ 6.พื้นที่แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ ของบริษัท อู่กรุงเทพ พื้นที่ 20 ไร่ 7.บริเวณท่าเรือกรุงเทพของการท่าเรือแห่งประเทศไทย พื้นที่ 2,353 ไร่ 8.สำนักงาน อู่รถ และที่ดินเปล่า ถนนพระราม 9 ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พื้นที่ 999 ไร่
อย่างไรก็ตาม การประชุม กนร.ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เสนอพื้นที่ของรัฐวิสาหกิจ ที่ต้องเสนอ กนร.อนุมัติก่อนพัฒนาจำนวน 9 แปลง แต่เมื่อเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ล่าสุดวันที่ 22 ต.ค. ทาง กนร.ได้ตัดพื้นที่ออกไป 1 แปลง คือ ที่ดินริมถนนรัชดาภิเษกของ ร.ฟ.ท. พื้นที่ 202 ไร่
นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แจ้งว่า ที่ดินตามแนวถนนรัชดาภิเษกของ ร.ฟ.ท.เป็นที่ดินแปลงเล็กๆ จำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นแนวยาวไปตลอดถนนรัชดาภิเษก 9.5 กิโลเมตร และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ปิดทางเข้าออกของที่ดินเอกชนในบริเวณเดียวกัน
ขณะที่ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.ได้ให้เอกชนเช่าที่ดินดังกล่าวหมดแล้ว หากมีการนำที่ดินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ ก็จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐและเอกชนอื่นๆ ได้
นายประสงค์ กล่าวว่า ทาง สคร.จะแจ้งให้ ร.ฟ.ท.ทราบ เมื่อเอกชนหมดสัญญาเช่าที่ดินกับ ร.ฟ.ท. ให้ปรับปรุงอัตราค่าเช่าใหม่ให้เหมาะสมกับราคาที่ดินประเมินใหม่ตามที่กรมธนารักษ์ ได้ประกาศใช้ไปเมื่อเร็วๆ นี้







