
แนะตั้งกก.ศึกษาผลกระทบคดีพระวิหาร
ส.ว.คำนูณ แนะ ตั้งกก.ฝ่ายไทยศึกษาคดีเขาพระวิหารรอบคอบก่อน เตือนอย่าเร่งประกาศจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัย
ส.ว.คำนูณ แนะ ตั้งกก.ฝ่ายไทยศึกษาคดีเขาพระวิหารรอบคอบก่อน เตือนอย่าเร่งประกาศจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัย
นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา หารือก่อนเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภา ว่า ไม่เห็นด้วยที่นายสุรพงศ์ โตวิจักขณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ จะเร่งตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-กัมพูชา เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ อย่างกระเหี้ยนกระหือรือที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษา สิ่งที่ควรทำคือการตั้งคณะกรรมการฝ่ายไทยฝ่ายเดียว เพื่อศึกษาคำพิพากษาก่อนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกอย่าเพิ่งด่วนพูดว่าจะปฏิบัติตามพิพากษาหรือไม่ เราควรศึกษาให้รอบคอบ คณะกรรมการประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน หากมีความไม่แน่ใจในประเด็นใดให้ถามประชาชนผ่านการลงประชามติ
ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยไม่ได้รับเขตอำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมาแล้วตั้งแต่ปี 2503 หรือ 51 ปี ก่อนกัมพูชายื่นขอตีความคำพิพากษาปี 2505 หรือ 49 ปีหลังมีคำพิพากษาปี 2505 แม้จะอ้างว่าเป็นขอตีความคำพิพากษาเดิมตามธรรมนูญศาลข้อ 60 ซึ่งประเทศไทยยังคงจะต้องผูกพันอยู่ก็ตาม แต่มีข้อสังเกต คือต้องศึกษาถึงมาตรฐานในการตีความคำพิพากษาตามธรรมนูญศาลข้อ 60 ใน 4 คดีที่ผ่านมา กล่าวคือ1.คดีการให้ลี้ภัยระหว่างโคลัมเบียกับเปรู ปี 1950 2. คดีไหล่ทวีประหว่างตูนิเซียกับลิเบียปี 1984 3.คดีเขตแดนทางบกและทางทะเลระหว่างแคมมารูนกับไนจีเรียปี 1998 และ4.คดีอัลรีน่าและชาวเม็กซิโก ระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐฯปี 2008-2009 ต้องดูว่าคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในครั้งนี้ดำเนินการไปตามมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ หรือนอกมาตรฐาน และมีความยุติธรรมเพียงพอหรือไม่ อย่าด่วนพูดว่าจะต้องปฎิบัติตาม







