
นปช.ร้องอียูสังเกตการณ์ม็อบ
เสื้อแดงตื่นตัวรับสถานการณ์สลายชุมนุม เข้มตรวจด่าน เปิดคลิปยันเหตุที่อนุสรณ์สถานทหารยิงกันตายเอง “ณัฐวุฒิ” ชี้จับอาวุธเสื้อแดงเป็นการจัดฉาก ส่งตัวแทนร้องอียู ให้ส่งผู้สังเกตการณ์ร่วมการชุมนุม ด้าน อียูวอนรัฐ-ม็อบเร่งเจรจาหาทางออก
เสื้อแดงตื่นตัวรับสถานการณ์สลายชุมนุม เข้มตรวจด่าน เปิดคลิปยันเหตุที่อนุสรณ์สถานทหารยิงกันตายเอง “ณัฐวุฒิ” ชี้จับอาวุธเสื้อแดงเป็นการจัดฉาก ส่งตัวแทนร้องอียู ให้ส่งผู้สังเกตการณ์ร่วมการชุมนุม ด้าน อียูวอนรัฐ-ม็อบเร่งเจรจาหาทางออก
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่บริเวณแยกสี่แยกราชประสงค์ ยังคงมีเหล่าบรรดาแกนนำ นปช. อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ นางกัญญาภัค มณีจักร (ดีเจอ้อม) แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมตื่นตัวเตรียมพร้อมรับสถานการณ์สลายการชุมนุมจากที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ตามด่านป้องกันทั้ง 6 จุด ได้แก่ แยกเพลินจิต แยกหลังสวน (สวนลุมพินี) แยกศาลาแดง แยกเฉลิมเผ่า แยกปทุมวัน และแยกประตูน้ำ มีการ์ด นปช. ซึ่งอยู่ในชุดพร้อมรบ ประกอบด้วย หมวกกันน็อก หน้ากากกันแก๊สน้ำ ท่อนไม้ไผ่ หนังสติ๊ก นับพันคนกระจายกำลังคุมเข้ม พร้อมทั้งทำการตรวจค้นกระเป๋าประชาชนและรถยนต์ที่จะเข้าในพื้นที่ชุมนุมอย่างเข้มงวด รวมทั้งมีการส่งหน่วยจักรยานยนต์เคลื่อนที่เร็ววิ่งลาดตระเวนรอบพื้นที่ชุมนุม และสอดแนมด่านตำรวจทหารตามจุดต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนกำลังเข้ามาใกล้บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ต่อมาเวลา 10.50 น.แกนนำ นปช.ได้แถลงข่าว โดยนาย ก่อแก้ว พิกุลทอง กล่าวว่า ที่รัฐบาลกล่าวหาโจมตีพวกตนมาตลอดว่าไม่หวังดีต่อประเทศชาติ พวกตนก็ใช้ความอดทน แต่พอมาโดนข้อกล่าวหาเรื่องล้มเจ้าก็ยอมรับกันไม่ได้ เพราะก็ไม่เคยเป็นอย่างที่กล่าวหา และรับไม่ได้กับที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ทำแบบนี้ ดังนั้นในวันที่ 30 เม.ย. เวลา 14.00 น.ตนจะส่งทนายความส่วนตัวไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวช ชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และหาก ศอฉ.มีการแถลงการณ์อะไรที่พาดพิงตนอีก ก็จะใช้สิทธิ์ฟองร้องทุกคดีกับ กรรมการ ศอฉ.ทั้งหมดด้วย
ทั้งนี้ นายก่อแก้ว ได้นำคลิปวีดีโอของสำนักข่าวแห่งหนึ่งมาเปิดพร้อมบรรยายถึงเหตุการณ์ปะทะ ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร และกลุ่มคนเสื้อแดงที่หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. จนทำให้พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระเสียชีวิต 1 นาย โดยระบุว่าเป็นทหารยิงกันเอง เนื่องจากมีภาพแนวทหารที่มีรถมอเตอร์ไซค์มุ่งตรงไปยังแนวทหารที่ ตรึงกำลังอยู่ แล้วถูกยิงจึงล้มลง จึงไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าทหารไม่ได้ทำตามขั้นตอนสลายการชุมนุม ญาติผู้ที่ได้รับความเสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับ ศอฉ.ได้ นอกจากนี้ตนยังทราบมาว่า ศอฉ.ก็ได้ทำการยึดคลิปจากสื่อมวลชนสำนักนั้นไมให้ทำการเผยแพร่อีกต่อไปด้วย
ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เมื่อคลิปวีดีโอถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีสำนักข่าวหลายแห่งนำคลิปวิดีโอนี้มาหักล้างว่า ทหารที่โดนยิงมาจากคนเสื้อแดงบนทางยกระดับ และข้างทาง ที่ว่าคนเสื้อแดงซุ่มโจมตีตรงนั้น แต่ที่จริงเมื่อเปิดภาพมุมกว้างก็เห็นชัดว่าไม่มีคนเสื้อแดงอยู่บนทางยกระดับแล้ว ถือว่าจบ เพราะเป็นภาพข้อเท็จจริงก็ไม่ต้องมีคำอธิบายอีก ชัดเจนว่าพลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ ถูกยิงมาจากแนวทหารและเสียชีวิตจริงจากเพื่อนทหารที่มาร่วมปฏิบัติการด้วยกัน ตนอยากถาม ศอฉ.ทำไมบัดนี้จึงไม่ยอมแถลงการณ์ถึงสาเหตุเสียชีวิตอย่างแท้จริง
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ที่รัฐบาลทำไปเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลแพ่ง โดยไม่ได้ทำตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก แต่เป็นจากหนักไปหาตาย เพราะไม่เห็นการเจรจา ไม่เห็นรถน้ำดับเพลิง แต่มีกระสุนยางและกระสุนจริง ถ้ารัฐบาลปฏิเสธถึงแนวทางการปฏิบัติ ตนก็จะเอาคนเจ็บที่โดนยิงมาร่วมแถลง และจะให้ฝ่ายกฎหมายยื่นร้องศาลแพ่งให้ไต่สวนรัฐบาลในเหตการณ์นี้ โดยให้รัฐบาลอธิบายว่า การปฏิบัติเป็นหลักสากลอย่างไร ส่วนที่มีการจับกุมผู้ที่มีระเบิดเอ็ม 79 นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง เนื่องจากเหตุการณ์ปะทะทั้งหมดจบก่อนเวลา 16.00 น. ในเวลา 16.20 น.ที่มีการจับกุมตัวได้ ไม่มีสถานการณ์ปะทะแล้ว แล้วมีเหตุผลอะไรที่จะเอาลูกระสุน เอ็ม 79 เข้าไปในพื้นที่ เพราะคนเสื้อแดงถอนกำลังแล้ว และพฤติกรรมการขนอาวุธโดยใส่ในถุงปุ๋ย และสวมในถุงดำ หิ้วขับมอเตอร์ไซค์ไปขนเดียว ดูเหมือนตั้งใจไปถูกจับ หรือไม่ก็ทำงานพลาด จึงเชื่อว่าเป็นการถูกจัดฉากล้านเปอร์เซ็นต์
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 30 เมษายน กองทัพจะขาดกำลังทหาร 5 หมื่นนาย เพราะปลดประจำการ จึงเหลือเวลาเพียงสองวันให้พลทหารตัดสินใจว่า จะเป็นสองวันสุดท้ายในการถืออาวุธยิงใส่คนเสื้อแดง หรือเป็นสองวันสุดท้ายปฏิเสธการปฏิบัติการแล้วเดินทางกลับบ้าน อีกทั้งพลทหารที่จะปลดประจำการ จะได้เบี้ยเลี้ยงปฏิบัติราชการในวันที่ 30 เมษายน ขอให้ตรวจสอบว่าได้เบี้ยเลี้ยงครบวันปฏิบัติหรือไม่ และก่อนวันที่ 30 เม.ย.ศอฉ. ควรมีคำอธิบายเรื่องนี้ว่าพลทหารที่กลับบ้านจะได้เบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวนหรือไม่ และทหารที่ปลดประจำการแล้ว จะมาร่วมกับเราด้วยก็ได้
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรายังคงมีแนวคิดที่จะเคลื่อนขบวน แต่สิ่งที่เจอเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ทำให้รู้ว่า เรากำลังต่อสู้กับฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง อำมหิตพอจะไล่ยิงประชาชน ขอเรียกร้องให้รัฐบาลสะสางข้อเท็จจริงเรื่องนี้ พลทหารที่ตายไม่ใช่ตายไปแล้วก็ฆ่าใหม่ แม้แต่เหตุการณ์ 10 เม.ย.เรื่องคนที่ตาย ก็ยังไม่ได้มีการพูดออกมาจากปาก ศอฉ.สักคำ ทั้งหมดนี้ เราสรุปแล้วว่า เผชิญหน้ากับฆาตกร เราจะทำมาตรการขับเคลื่อนภายนอกอย่างละเอียดและรัดกุมยิ่งขึ้น ถ้าจำเป็นต้องเคลื่อนก็ต้องออกไป จะต่อสู้จนล้มรัฐบาลนี้ได้ ทั้งนี้ มีข่าวว่า มีกลุ่มคนเสื้อแดงถูกคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการ ตชด.คลอง 5 ประมาณ 15 คน ตนจะส่งฝ่ายกฎหมายประสานงานเอาประชาชนออกมา
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกกว่า ทราบว่า ขณะนี้ผลการยิงแนววิถีกระสุนเอ็ม 79 จากเหตุการณ์ระเบิดที่ถนนสีลมเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ถือมือนายอภิสิทธิ์แล้ว เวชชาชีวะ นายก รัฐมนตรี แต่ทำไมนายอภิสิทธิ์ไม่ยอมแถลงต่อสื่อมวลชน หรือเพราะกลัวว่าจะแถลงแล้ว จะต่างจากข้อกล่าวหาของนาย สุเทพ ที่แถลงเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย.จึงอยากให้รัฐบาลแถลงความจริงบ้าง อย่าบิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดง และจะทำให้บรรยากาศการเคียดแค้นจริงจังขยายวงกว่างไปมากกว่านี้
นพ.เหวง กล่าวว่า ยืนยันว่า เราไม่มีผู้ก่อการร้าย เราถูกยิงฝ่ายเดียวด้วยอาวุธสงคราม อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉินฯไม่ได้ให้รัฐบาลฆ่าคนตามอำเภอใจ และที่รัฐบาลชอบอ้างคำสั่งศาลปกครองนั้น มันทำได้ในเงื่อนไขที่ต้องจำเป็นและเหมาะสม นอกจากนี้ เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์บางฉบับ ระบุชัดเจนว่า พลทหารณรงค์ฤทธิ์ที่ถูกยิง ขี่มอเตอร์ไซด์เข้าหากองทหารที่ดาหน้าอยู่ ที่อ้างว่า ถูกยิงเพราะทัศนวิสัยเลวนั้นฟังไม่ได้ เพราะต้องเห็นชุดทหารที่สวม และมีการเล็งยิงเหนือคิ้วซ้าย เป็นลักษณะจงใจยิง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ต้องอธิบายว่า สั่งทหารยิงทหารได้อย่างไร ขณะนี้ประชาคมโลกใส่ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ใช้สันติวิธี องค์กรนิรโทษกรรมสากล ของสหรัฐอเมริกา ได้ทำหนังสือถึงนายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีอเมริกา ให้ส่งผู้เฝ้าติดตามมาดูสถานการณ์ในเมืองไทย ขณะนี้แม้กระทั่งข่าวของบีบีซี ซีเอ็นเอ็น ก็ยืนยันเรื่องทหารจงใจฆ่าทหาร ประชาคมโลกคงไม่ยอมให้นายพลพต เมืองไทยฆ่าคนไทย
ต่อมาเวลา 12.00 น. นพ.เชิดชัย ตัยติศิรินทร์ ตัวแทนแกนนำกลุ่ม นปช.เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายเดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป หรือ อียู ประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ทางสหภาพยุโรปส่งผู้สังเกตการณ์ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้มีการสลายการชุมนุมอย่างสงบสันติ ปราศจากอาวุธ ของประชาชนด้วยกำลังทหารที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ภายใต้พรก.ฉุกเฉิน ที่ทหารถูกใช้ให้มาสลายประชาชน พร้อมทั้งขอให้ช่วยประณามการกระทำของรัฐบาลและกองทัพที่ดำเนินการต่อประชาชนในเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ทางอียูได้ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ในไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมกับรัฐบาลหันหน้ามาเจรจา เพื่อหาทางออกอย่างสันติโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ทางอียู ระบุว่า จะรับไปพิจารณา







