
ม.190 รธน.50
มีตัวเลขสามตัวขึ้นคู่อยู่กับตัวเลขสองตัว ไม่ได้แปลว่าใบ้หวยหรืออะไรนะครับ หากแต่เป็นประเด็นที่ได้มีการอภิปราย
มีตัวเลขสามตัวขึ้นคู่อยู่กับตัวเลขสองตัว ไม่ได้แปลว่าใบ้หวยหรืออะไรนะครับ หากแต่เป็นประเด็นที่ได้มีการอภิปรายและผ่านวาระที่สองในรัฐสภาไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ คือการดำเนินการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (รธน.) พ.ศ. 2550 มาตรา 190 เรื่องการทำหนังสือสัญญากับนานาอารยประเทศและกับองค์การระหว่างประเทศ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถก อภิปรายกันมาหลายคำรบ หลายวง ประเด็นที่เป็นหลักมีอยู่สองเรื่อง คือ หนังสือสัญญาอะไรที่จะต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา และหนังสือสัญญาอะไรที่รัฐบาลสามารถจะดำเนินการไปตามที่เห็นเหมาะสมได้เลย ซึ่งแต่เดิมตาม รธน. พ.ศ. 2540 นั้นมีหนังสือสัญญาอยู่สามประเภทที่จะต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา นั่นคือ หนังสือสัญญาที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต หรือเขตอำนาจรัฐ หรือต้องอนุวัติการด้วยการออกพระราชบัญญัติ
เมื่อมาถึง รธน. พ.ศ. 2550 ได้มีการแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติในเรื่องนี้ของ รธน. และจากเดิมใน รธน. พ.ศ. 2540 เป็นเลขมาตรา 224 กลายมาเป็นเลขมาตรา 190 โดยหนังสือสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาตามมาตรา 190 ของ รธน. พ.ศ. 2550 นี้เพิ่มเป็น 5 ประเภท ได้แก่ หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
นับตั้งแต่มีบทบัญญัติมาตรา 190 ของ รธน. พ.ศ. 2550 ก็ทำให้การทำงานของรัฐบาล รัฐสภา รวมถึงหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) มีปัญหาขลุกขลัก ไม่เดินหน้า โดยเฉพาะ กต. ซึ่งแต่เดิมเป็นผู้ตัดสินใจหลักให้กับรัฐบาล และอาจจะรวมถึงรัฐสภาในการเข้าทำหนังสือสัญญาใดๆ กับนานาอารยประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ เมื่อ รธน.ปรับเปลี่ยนให้รัฐสภา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนที่สุดเข้ามาเป็นผู้พิจารณา จึงทำให้ผู้มีอำนาจหรือคิดว่ามีอำนาจเดิมต้องร้อนใจ
ถามว่าปัญหาหลักคืออะไร ทุกองค์กรที่เอ่ยชื่อมาต่างก็ไม่เห็นหัวประชาชนและไม่ได้ทำหน้าที่ของตนดุจเช่นคนที่ควรจะทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนพึงจะทำ จริงๆ แล้วก็รวมถึงคิดและพูดด้วย เนื่องเพราะความยึดติดในระบอบศักดินาผิดรูปแบบ
ปัญหารอง ซึ่งก็ใหญ่ไม่แพ้ปัญหาหลัก รัฐสภาในฐานะตัวแทนประชาชน ซึ่งเป็นตัวแทนมากกว่ารัฐบาล ถามว่าทำไม ก็เพราะทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างก็มาจากประชาชน ดังนั้นเกินกึ่งหนึ่งย่อมไม่ใหญ่ไปกว่าทั้งรัฐสภา ซึ่งจริงๆ ยังมากกว่า สส.ทั้งหมด เพราะรวมถึง สว.ด้วย แต่รัฐสภาก็ไม่กล้าทำหน้าที่ รัฐบาลก็ไม่กล้าทำหน้าที่ เกรงจะต้องรับผิดชอบโดยไม่ได้ประโยชน์หรือจะทำให้เสียผลประโยชน์ ซึ่งไม่รู้ว่าของชาติหรือของตนและพวกพ้อง
ตอนนี้ร่างแก้ไข ม.190 รธน. พ.ศ. 2550 เป็นอย่างไรท่านอาจจะรู้แล้ว เอาไว้มาคุยกันในคำรบต่อไปครับ







