posttoday
เตือนริมฝั่งน้ำมูลระวังน้ำล้นตลิ่งท่วม

เตือนริมฝั่งน้ำมูลระวังน้ำล้นตลิ่งท่วม

14 ตุลาคม 2556

ชลประทานสุรินทร์ เตือนชาวบ้านท้ายอ่างและติดแม่น้ำมูลเตรียมรับมือพายุ “นารี” และมวลน้ำจากโคราช

ชลประทานสุรินทร์ เตือนชาวบ้านท้ายอ่างและติดแม่น้ำมูลเตรียมรับมือพายุ “นารี” และมวลน้ำจากโคราช

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุรินทร์ คลี่คลายลงแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ชุมพลบุรี ท่าตูม และรัตนบุรี ซึ่งติดแม่น้ำมูล และเป็นพื้นที่รับมวลน้ำต่อจาก จ.นครราชสีมาและบุรีรัมย์ ซึ่งจะส่งผลให้แม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรรวมทั้งหมู่บ้านบางแห่งที่เป็นที่ลุ่มติดแม่น้ำมูล  ซึ่งขณะนี้พบว่า น้ำได้เอ่อล้นท่วมไรน่าของชาวบ้านบางส่วนแล้ว โดยเฉพาะที่บริเวณวังทะลุ บ้านตากลางต.กระโพ  อ.ท่าตูม ที่น้ำได้ทะลักท่วมนาข้าวที่กำลังออกรวงแล้ว  ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนต่างเร่งพากันเก็บเกี่ยวข้าวที่น้ำยังท่วมไม่ถึงเพื่อหนีน้ำ ถึงแม้ข้าวจะยังไม่สุกมากก็ตาม

นายเจษฎา บุญสุยา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุรินทร์ กล่าวว่า ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ท้ายอ่างเก็บน้ำและอยู่ติดแม่น้ำมูล ที่จะได้รับผลกระทบจากแม่น้ำมูลเอ่อท่วม รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดจากพายุ นารี ที่กำลังจะเดินทางมาถึงในพื้นที่อีสานตอนล่าง ใน 1-2 วันนี้ ว่า  โดยภาพรวมความจุอ่างเก็บน้ำทั้ง 18 แห่งของ จ.สุรินทร์ ภาพมีปริมาณน้ำจุอยู่ที่ 110 % แต่ก็ยังมีบางจุดที่ยังมีปัญหาอยู่ คือพื้นที่ที่ติดลำชี ลำมูล และห้วยทับทัน ซึ่งอาจจะต้องประสบปัญหาเรื่องน้ำล้นตลิ่งทำให้ท่วมพื้นที่ทางการเกษตร  และอยากจะฝากเตือนถึง กรณี พายุนารี ที่จะตามมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ซึ่งขณะนี้กำลังขึ้นฝั่งเวียดนาม และในวันที่ 15-16 ต.ค.นี้ค่อนข้างจะชัดเจน ว่า จะมีผลกระทบกับอีสานตอนล่างหนักหรือไม่

อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นชลประทานสุรินทร์ได้ทำหนังสือแจ้งประชาชนที่อยู่ท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงและภาพรวมของ จ.สุรินทร์ ให้เฝ้าระวังในเรื่องน้ำที่จะท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนประชาชน  ส่วนจะทำให้พื้นที่ๆที่เคยท่วมเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่นั้น จากการประเมินที่ผ่านมา จากคาดว่าหนัก แต่ไม่หนัก พอระเมินว่าไม่หนักกลับหนัก เหมือนพายุดีเพรชชั่น เมื่อวันที่ 18-19 ก.ย.ที่ผ่านมา ค่อนข้างหนักมาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่อยากให้ประเมินขั้นต่ำไว้  แต่อยากให้เตรียมเรื่องความพร้อมมากกว่า เพราะที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้เรามีความพร้อมตั้งรับสถานการณ์น้ำ ในเรื่องภัยที่เกิดจากน้ำนั้น   3 อำเภอของ สุรินทร์ ที่ติดแม่น้ำมูล ซึ่งจะต้องรับน้ำจากนครราชสีมาและบุรีรัมย์ ก็คงต้องเตรียมความพร้อมรับมือ คาดว่าอีกประมาณ 10 วันนี้ก็จะมาถึง จ.สุรินทร์

นายเจษฎา กล่าวอีกว่า ในส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงตอนนี้จุน้ำอยู่ที่ 130 %  และได้มีการเปิดประตูระบายน้ำตลอดเวลาอยู่ที่ 60 ซม.เพื่อระบายน้ำที่ไหลลงมาสู่อ่างจากหลายพื้นที่และเพื่อรับน้ำใหม่จากพายุที่อาจเกิดขึ้นได้  ซึ่งอย่างไรก็แล้วแต่เรื่องภัยธรรมชาติไม่มีใครยับยั้งได้ หากพายุเข้ามาหนักเหมือนครั้งก่อนก็จะทำให้พื้นที่ท้ายอ่างและลำน้ำต่างๆเกิดท่วมได้อีก เนื่องจากประมาณน้ำในอ่างต่างๆก็เต็มความจุจากพายุที่ผ่านมาซึ่งก็ได้แต่ภาวนาว่าพายุนารีคงไม่หนักเหมือนที่ผ่านมา 

ด้านนายนิรันดร์ บุญสิงห์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาจ.สุรินทร์มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทั้งจังหวัด จำนวน 17 อำเภอ 145 ตำบล 1,526 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 781,003 คน เสียชีวิต 14 ราย ขณะนี้ยังมีน้ำท่วมขังบริเวณสองฝั่งแม่น้ำมูล ในพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี อ.ท่าตูม และ อ.รัตนบุรี สาเหตุเนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลหลากมาจากจ.นครราชสีมา ผ่านจ.บุรีรัมย์ และน้ำจากจ.สุรินทร์ เข้าท่วมบริเวณอ.ชุมพลบุรี อ.ท่าตูม และ อ.รัตนบุรี ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 30-50 ซม. และเอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรบริเวณสองฝั่งแม่น้ำมูลในพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 3 อำเภอ 12 ตำบล 64 หมู่บ้าน มีผู้จมน้ำเสียชีวิตแล้ว 14 ราย โดยทางจังหวัดได้มีการประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงถูกน้ำท่วมให้เตรียมรับมือแล้ว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน