
ต่างชาติสนซื้อคอนโดอุดรผู้จองซื้อ‘ยูดีไลท์’จ่อฟ้อง
นักลงทุนต่างชาติฝั่งลาว เกาหลี เวียดนาม ญี่ปุ่น แห่ซื้อคอนโดที่อุดรธานีอยู่ ชี้ราคาไม่สูง สะดวกกว่า
นักลงทุนต่างชาติฝั่งลาว เกาหลี เวียดนาม ญี่ปุ่น แห่ซื้อคอนโดที่อุดรธานีอยู่ ชี้ราคาไม่สูง สะดวกกว่า
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยใน จ.อุดรธานี ว่า ขณะนี้เริ่มมีกลุ่มนักลงทุนชาวเกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม ที่เข้าไปร่วมทุนกับนักลงทุนลาว เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมในอุดรธานีมากขึ้น
ทั้งนี้ แม้ว่ากลุ่มนักลงทุนต่างชาติเหล่านั้นจะลงทุนทำธุรกิจฝั่งเวียงจันทน์ ประเทศลาว แต่ความพร้อมในการอยู่อาศัยทางฝั่งอุดรธานีมีมากกว่าฝั่งลาว ทั้งราคาคอนโดมิเนียมที่ไม่สูงมาก มีสิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์การค้าต่างๆ จึงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติกลุ่มนี้ให้เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยทางฝั่งไทย
สำหรับราคาที่ดินใน อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนใหญ่ยังอยู่ในมือเจ้าของที่ดินรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ราคาจึงสูงมาก และมีการเก็งกำไรมาก ส่งผลให้ที่ดินใจกลางเมืองอุดรธานีขึ้นไปถึงตารางวาละ 11.5 แสนบาท หรือไร่ละ 4060 ล้านบาท จาก 23 ปีก่อน 6 หมื่นบาทต่อตารางวา
ทางด้านภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานี ได้รับอานิสงส์จากการค้าชายแดนไทยลาวบริเวณจังหวัดหนองคายมีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี จากปีละ 34 หมื่นล้านบาทใน 1-2 ปีที่แล้ว เพิ่มเป็นมากกว่า 6 หมื่นล้านบาทในปี 2555 และประชาชนชาวลาวให้ความนิยมเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในจังหวัดอุดรธานีมาก
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามอีกครั้ง เนื่องจากฝั่งเวียงจันทน์จะมีโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ มีศูนย์การค้าและคอนโดมิเนียมถึง 3 โครงการ ของทุนจีน 2 โครงการ ทุนเวียดนาม 1 โครงการ อาจกระทบได้
ลูกบ้านแกรนด์ยู เตรียมรวมตัวฟ้องศาลปกครอง กรณีสผ.ไม่ผ่านอีไอเอ 2 โครงการทำเลทอง ด้านผู้พัฒนาฯชดเชยเงืนคืนพร้อมดอกเบี้ย พร้อมเตรียมแผนรักษาลูกค้าเก่่าด้านบริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ ซึ่งเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ได้ชี้แจงผู้จองซื้อโครงการยูดีไลท์ฯ พหลโยธิน ซอย 23 ทั้ง 2 โครงการ ถึงเหตุที่ไม่ผ่านสิ่งแวดล้อม ทำให้ก่อสร้างไม่ได้ ทางผู้จองซื้อระบุว่า จะรวมตัวกันฟ้องศาลปกครองเมื่ิอวานนี้(13 ต.ค.) โดยมี นายเนรมิตร สร้างเอี่ยม กรรมการผู้จัดการ บริษัทฯ ชี้แจงสาเหตุใน2โครงการ คือ ยูดีไลท์ @พหลโยธินสเตชั่น และคอนโด ยู@ พหลโยธิน สเตชั่น ที่ไม่สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบได้ตามสัญญาที่ระบุไว้ในเดือน เม.ย. และ ก.ค. ปี2557 ตามลำดับ
สำหรับเหตุผลหลัก คือ ทั้ง2 โครงการฯ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณซอย พหลโยธิน23 และเป็นเส้นทางเชื่ิอมออกถนนภาวดีรังสิตได้นั้นยังไม่ผ่านเห็นชอบเรื่ิองผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ(Environment Impact Assessment:EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) จากขนาดของโครงการการที่อาจสร้างผลกระทบกับชุมชนแวดล้อมโดยรอบ
อย่างไรก็ตาม หากบริษัทผู้พัฒนาโครงการ ต้องการดำเนินการก่อสร้างต่อใหัแล้วเสร็จตามสัญญานั้น จะต้องมีการปรับแบบใหม่ โดยลดขนาดของโครงการครึ่งหนึ่ง อาทิ ในโครงการยูดีไลท์@พหลโยธินสเตชั่น จะต้องลดเหลือ 1 อาคาร จากเดิมมี 2 อาคาร ในโครงการเดียวกัน เป็นต้น เพื่อให้บริษัท ผู้พัฒนาโครงการฯ ดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผนเดิมที่วางไว้
ขณะที่ลูกบ้านใน 2 โครงการดังกล่าวที่เข้าฟังการชี้แจง ต่างมีข้อสงสัยต่อการดำเนินการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการยูดีไลท์@พหลโยธินสเตชั่น ที่เริ่มวางเสาเข็มไปตั้งแต่เดือนก.พ.2556 ที่ผ่านมา และพร้อมส่งมอบโครงการฯในเดือนเม.ย.2557 นั้น จะต้องยกเลิกโครงการฯทันทีเนื่องจากไม่ผ่านอีไอเอนั้น ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม และสร้างความเสียหายและเสียโอกาส ด้านการลงทุนที่อยู่อาศัยของลูกบ้าน ที่วางแผนมาก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ มีตัวแทนกลุ่มลูกบ้านใน 2 โครงการฯ ได้แสดงความเห็นว่าควรมีการรวมกลุ่มกันในฐานะผู้บริโภค ภาคประชาชน เพื่อฟ้องร้องไปยังศาลปกครอง กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจาดสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ต่อประเด็นดังกล่าว ด้วยในช่วงที่ผ่านมาก่อนที่โครงการยูดีไลท์ฯ จะเริ่มก่อสร้างนั้น ได้รับอนุมัติแบบหรือผังโครงการฯเพื่อก่อสร้างมาแล้วในการยื่นครั้งแรก
นายเนรมิตร สร้างเอี่ยม กรรมการผู้จัดการ บริษัทแกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลลอปเมนท์ กล่าวว่าการรวมตัวของลูกบ้านทั้ง2โครงการฯ เพื่อฟ้องร้องศาลปกครองในประเด็นดังกล่าว ถือว่เป็นสิทธิ์ของผู้บริโภค ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เห็นว่าอยากให้หาทางออกในเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน ด้วยปัจจุบันต้องยอมรับว่าเรื่ิว อีไอเอ ค่อนข้างเป็นปัญหาคอขวดในการพิจารณาของ สผ. จากปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
"ทางออกเรื่องนี้ เห็นควรให้มีการดำเนินการตามตามมาตรา39 ทวิ ให้ผู้พัฒนาโครงการอาังหาริมทรัพย์ เป็นผู้ดูแล ตรวจสอบ และควบคุมกันเองและหากมีรายใดดำเนินการผิดข้อกฎหมาย ก็ให้ขึ้นบัญชีดำไปเลย" นายเนรมิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทั้ง2โครงการฯดังกล่าว ในส่วนของบริษัท ถือว่าเสียโอกาสทางธุรกิจเช่นกัน ที่ไม่สามารถพัฒนาโครงการได้ตามแผนที่วางไว้ ที่บริษัทใข้งบลงทุนไปแล้วกว่า300 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่ินทั้ง2 แปลง รวมกว่า7 ไร่ รวมถึงค่าดำเนินการบริหารจัดการก่อนหน้านี้ ซึ่งบริษัทได้ชดเชยคืนเงินต้นผ่อนดาวน์ถึงงวดชำระล่าสุดเดือนก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย อัตรา0.75% และมอบคูปองเงินสดเอ็มเค สุกี้ มูลค่า1,000 บาทให้กับลูกบ้านด้วย







