posttoday
ใช้งบให้คุ้มค่า

ใช้งบให้คุ้มค่า

13 ตุลาคม 2556

ในที่สุด พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2557 วงเงิน 2.52 ล้านล้านบาท ก็มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. 2556

ในที่สุด พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2557 วงเงิน 2.52 ล้านล้านบาท ก็มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. 2556 หลังจากที่ล่าช้าไม่ทันวันที่ 1 ต.ค. 2556 เนื่องจากมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความประเด็นทางการตัดงบขององค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าดังกล่าวส่งผลกระทบกับการเบิกจ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะรัฐบาลได้คาดการณ์และเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว มีการสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมเบิกจ่ายงบไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะงบประมาณลงทุนที่ให้เดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างไปก่อน เพื่อให้ลงนามจัดซื้อจัดจ้างได้ทันทีที่งบประมาณมีผลบังคับใช้

แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 โดยเฉพาะการเบิกจ่ายช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ โดยตั้งเป้าเบิกจ่ายไว้ถึง 7 แสนล้านบาท หรือ 22% ของงบทั้งหมด เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ปีนี้ทั้งปีโตไม่น้อยกว่า 4%

การเตรียมการของรัฐบาลดังกล่าว ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะในช่วงเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 5-6% เหลือไม่ถึง 4% จากการส่งออกที่ทรุดหนัก ทำให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจหายไปจำนวนมาก ส่วนการบริโภคในประเทศก็ชะลอตัวต่อเนื่อง เพราะประชาชนไม่มีกำลังซื้อ การลงทุนภาคเอกชนก็ยังชะลอตัว เพราะไม่มั่นใจเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยการใช้จ่ายภาครัฐจึงเป็นหัวใจสำคัญ ยิ่งรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจโตไม่น้อยกว่า 4% เพื่อไม่ให้มีปัญหาการว่างงาน การเบิกจ่ายภาครัฐจึงต้องเร่งให้เร็วและมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ รัฐบาลต้องไม่ละเลยการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าที่สุดด้วย เพราะหลายฝ่ายกังวลว่า การเร่งใช้งบประมาณจะกลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกนำไปอ้างว่าต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการพิเศษเพื่อความรวดเร็ว เลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างตามวิธีการปกติที่ต้องใช้เวลานานกว่า

ทั้งนี้ การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ บ่อยครั้งถูกใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้อง มีการล็อกการจัดซื้อจัดจ้างให้กับกลุ่มนายทุนหรือผู้รับเหมาที่มีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง มีการหักหัวคิวจากการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เป็นมะเร็งร้ายกับการใช้เงินงบประมาณของประเทศ ส่งผลทำให้การเบิกจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนอกจากไม่มีความโปร่งใสแล้ว ยังทำให้การใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้เต็มที่อีกด้วย

ดังนั้น มาตรการเบิกจ่ายงบประมาณจึงเป็นดาบสองคม หากใช้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส จะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจ แต่หากถูกผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปหาประโยชน์ใส่ตัว จะทำให้เศรษฐกิจมีปัญหาเพิ่มขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลการใช้เงินงบประมาณให้มีประสิทธิภาพที่สุด

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI