posttoday
เสียงอีกด้านของชาวบ้านที่แม่วงก์

เสียงอีกด้านของชาวบ้านที่แม่วงก์

12 ตุลาคม 2556

ขบวนแรลลี่ "ความจริงแม่วงก์จากเมืองสู่ป่า" ลงคุยกับชาวบ้านในพื้นที่มีทั้งหนุนและค้านเขื่อนแม่วงก์

ขบวนแรลลี่ "ความจริงแม่วงก์จากเมืองสู่ป่า" ลงคุยกับชาวบ้านในพื้นที่มีทั้งหนุนและค้านเขื่อนแม่วงก์

ขบวนรถแรลลี่กว่า 170 คัน ซึ่งใช้นามว่า "ความจริงแม่วงก์จากเมืองสู่ป่า" เดินทางจาก กทม. เมื่อเวลา 9.00 น. วันนี้ (12 ต.ค.) มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ว่าคิดเห็นอย่างไรกับการสร้างเขื่อน

นายสิทธิโชค ผลส่ง โฆษกประธานเครือข่ายสนุบสนุนการสร้างเขื่อนแม่วงก์ (คปว.) ระบุว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากการที่ทีมงานของตนได้ลงพื้นที่จ.นครสวรรค์ เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ แล้วพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่เดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมและต้องการเขื่อนแม่วงก์กันทั้งสิ้น แต่กลับมีเพียงกระแสต้อต้านเขื่อนแม่วงก์เท่านั้น จึงต้องการจัดเวทีให้มีการแสดงความคิดเห็นของคนในพื้นที่

"ส่วนการที่ระบุว่า จากเมืองสู่ป่า นั้น เนื่องจากทางกลุ่มได้สำรวจแล้วพบว่า คนในเมืองอย่างกทม. เช่น สาวโรงงานต่างๆ ก็ต้องการเขื่อน แต่ไม่มีสิทธิได้พูด จึงเป็นเหมือนการนำข่าวสารจากเมืองมาแลกเปลี่ยนร่วมกับคนที่อยู่ในพื้นที่ป่าด้วย" นายสิทธิโชคกล่าว

เสียงอีกด้านของชาวบ้านที่แม่วงก์

เมื่อขบวนแรลลี่กว่า 170 คัน นั้น เคลื่อนมาจนถึงบริเวณแก่งเกาะใหญ่ ต.แม่เล่ย์ จ.นครสวรรค์ ระหว่างทางพบว่า มีป้ายต่างๆ มีระบุว่าต้องการเขื่อนแม่วงก์ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีป้ายที่แสดงข้อความคัดค้านเช่นกัน

นายกมล กำปั่นทอง ผู้ร่วมขบวนแรนลี่จาก กทม. ให้เหตุผลในการร่วมในครั้งนี้ว่า การตัดสินใจมาเนื่องจากอยากเห็นเหตุผลและข้อมูลจากกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเมื่อตนได้สอบถามชาวบ้านต่างก็ต้องการเขื่อนแม่วงก์ เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านพบทั้งปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ขณะที่นายบม บรรจง ผู้ร่วมขบวนแรลลี่ กล่าวเพียงว่า "ถ้ามีเขื่อนแม่วงก์ก็คงจะดี"

ขบวนแรลลี่เดินทางไปถึง อ.ลาดยาว ก็พบ นางทองปาน เขม็นเขตการ อายุ 59 ปี อบต.หนองวัว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ยืนโบกธง "Yes แม่วงก์" พร้อมตะโกนให้กำลังใจขบวนแรลลี่ที่ผ่านไป เมื่อพูดคุยด้วย นางทองปานก็บอกว่า บ้านและที่นาของตนถูกน้ำท่วมไปแล้วถึง 4 ครั้งภายในปีเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต่อสู้เพื่อเรียกร้องขอให้สร้างเขื่อนแม่วงก์ เพราะมีการให้ข้อมูลว่าหากมีเขื่อนจะทำให้ชาวนาสามารถทำนาได้มากขึ้น เพราะจะมีน้ำตลอดทั้งปี และจะช่วยกักเก็บน้ำไม่ให้ท่วมได้เช่นกัน

เสียงอีกด้านของชาวบ้านที่แม่วงก์

"พอน้ำมานาก็เน่า น้ำแล้งนาก็แห้งตาย แล้วให้ค่าชดเชยแค่ 660 บาทต่อไร่ มันจะคุ้มค่าหรือ คนที่คัดค้านต้องเห็นใจเรา เพราะชาวบ้านเดือดร้อนจริงๆ การที่บอกว่าจะทำลายพื้นที่ป่า ฉันเป็นคนในพื้นที่ข้างในป่าก็มีแต่ป่าที่มันเสื่อมโทรมแล้ว มีแต่ต้นไม้เล็กๆ ทั้งนั้น" นางทองปานกล่าว

สอดคล้องกับ นายชวลิต สรลำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.หนองวัว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ขณะนี้ตนจะต้องพาลูกบ้านไปจัดการบริหารน้ำเอง โดยการหากระสอบทรายมาปิดกั้นน้ำเมื่อเกิดน้ำท่วม และเจอปัญหาน้ำแล้งเพราะหมู่บ้านต้นน้ำจะต้องแบ่งน้ำไปใช้ก่อนจนไม่มีน้ำเหลือมายังหมู่บ้านของตน จนทำให้ลูกบ้านต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยแล้งด้วย ดังนั้นหากมีการสร้างเขื่อนจริง ตนเชื่อว่า จะทำให้การบริหารจัดการน้ำทำได้ดีขึ้น ไม่ต้องกังวลที่จะต้องแย่งสูบน้ำกัน เพราะมีการกักเก็บน้ำไว้แล้ว และคนในหมู่บ้านก็จะได้ทำนาปีละ 2 ครั้ง ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานในเมือง ลูกหลานจะได้สืบทอดวิถีชีวิตการทำนาต่อไปด้วย

"เราเชื่อว่าเขื่อนจะอยู่คู่กับป่าได้ ทุกวันนี้เราก็ช่วยกันปลูกป่าทุกปี ถ้าเราไม่เดือดร้อนเราก็ไม่ออกมา เราต่อสู้กันมา 40 ปี จนกระทั่งวันนี้ยังไม่สำเร็จต้องเจอทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป หลังจากนี้พื้นที่ลาดยาวคงกลายเป็นพื้นที่ของนายทุนกันหมด" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.หนองวัว กล่าว

เสียงอีกด้านของชาวบ้านที่แม่วงก์

ด้านนายมานะ เถาวัลย์ สารวัตรกำนัน หมู่ที่ 7 บ้านวังชุมพร ต.เขาชนกัน จ.นครสวรรค์ ผู้ซึ่งคอยอำนวยความสะดวกให้กลุ่มแรลลี่ กล่าวว่า สนับสนุนการสร้างเขื่อนหากสามารถแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านในบริเวณอ.ลาดยาวได้ แต่ส่วนตัวแล้วมองว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่มีความคุ้มค่า เนื่องจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นน้ำหลากที่มาจากแม่น้ำหลายสาย แต่ก็ไม่สามารถคัดค้านได้ เนื่องจากต้องทำตามหน้าที่และปฏิบัติตามคำสั่งของฝ่ายบริหาร

"อีไอเอเขื่อนแม่วงก์ทำมา 3 ครั้งแล้วก็ไม่ผ่าน แล้วจะมาศึกษาอีกเป็นครั้งที่ 4 ก็ต้องรอดูว่ามันผ่านหรือไม่ ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ชาวบ้านเขาชนกันไม่เจอน้ำท่วม แต่ผู้นำก็บอกให้อยู่เฉยๆ เพราะหากแสดงท่าทีคัดค้านก็กลัวว่างบประมาณจะไม่มาลงในพื้นที่อีกและราชการเขาก็บอกชาวบ้าน เกษตรกรว่าถ้ามีเขื่อนก็จะทำให้ชาวนาทำนาได้ถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ได้ข้อมูลอื่น ซึ่งทำให้ชาวบ้านไม่เข้าใจจึงออกมาสนับสนุน" นายมานะกล่าว

ขณะที่นางแพงศรี แสงทอง ชาวบ้านเขาสบกก อ.แม่เล่ย์ จ.นครสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเวที "ความจริงแม่วงก์ จากเมืองสู่ป่า" เพียง 3 กิโลเมตร กล่าวว่า ตนไม่ต้องการเขื่อนแม่วงก์ เพราะตนอยู่ในพื้นที่นี้มากกว่า 30 ปี และทำมาหากินโดยอาศัยป่าแม่วงก์ เช่น เก็บเห็ด ผักหวานและหน่อไม้ และยืนยันว่าผืนแม่วงก์มีความอุดมสมบูรณ์ มีแต่ต้นไม้ใหญ่

สอดคล้องกับนางอรนภา วุ่นกลัด อายุ 39 ปี ชาวบ้านสบกก กล่าวว่า ตนได้ยินข่าวว่าชาวบ้านสนับสนุนเขื่อนแม่วงก์ แต่ตนยืนยันว่าคนแม่วงก์อย่างตนเป็นคนไม่เอาเขื่อน และยืนยันว่าน้ำท่วมอ.ลาดยาว มีแม่น้ำสายอื่นมาร่วมสมทบด้วยจึงเกิดน้ำท่วมขึ้น

เสียงอีกด้านของชาวบ้านที่แม่วงก์

"ตั้งเวทีวันนี้เอาแต่คนกรุงเทพมา ไม่เคยมีใครมาสนใจชาวบ้านในพื้นที่สร้างเขื่อนอย่างเราเลยสักคน ไม่ว่าเวทีไหนก็ไม่มี ไม่มีใครมาบอกเราเลยว่าถ้าสร้างเขื่อนเราจะต้องไปอยู่ที่ไหน และผลประโยชน์มันก็มากในป่ามีแต่ต้นไม้ใหญ่ จะทำเขื่อนก็มีแต่คนจะกอบโกยผลประโยชน์ ทั้งต้นไม้และสัตว์ป่า เดินไปเก็บหน่อไม้เราก็เห็นรอยเท้าหมูป่า กวาง ตั้งเยอะแยะ ไม่สนใจชาวบ้านที่เดือดร้อน" นางอรนภากล่าว

อย่างไรก็ตาม ตามกำหนดในเวลา 18.00 น. บนเวที "ความจริงแม่วงก์ จากเมืองสู่ป่า" จะเสวนาหัวข้อ "ความจริง...แม่วงก์" จากเมืองสู่ป่า โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นายวีระกร คำประกอบ, ดร.โสภณ พรโชคชัย และนายวิม รุ่งวัฒนะจินดา ร่วมเสวนาที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI