posttoday
ยิ่งลักษณ์...ปลื้ม ขายข้าวจีน 1 ล้านตัน

ยิ่งลักษณ์...ปลื้ม ขายข้าวจีน 1 ล้านตัน

12 ตุลาคม 2556

วันแรกของการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

วันแรกของการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 11 ต.ค. สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยสามารถลงนามในสัญญาขายข้าวให้กับบริษัท คอฟโกรัฐวิสาหกิจของจีน ปีละ 2 แสนตัน เป็นเวลา 5 ปี รวม 1 ล้านตัน

ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่าคอฟโกจะซื้อข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว และข้าวเหนียวจากไทย โดยไม่ได้แสดงความกังวลต่อคุณภาพข้าวไทย เพราะซื้อขายกันมานาน และเอกชนไทยพยายามรักษาคุณภาพข้าวให้ได้มาตรฐานเสมอ

อย่างไรก็ตาม ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ยอมรับว่า ในการหารือร่วมกับบริษัท คอฟโก เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คอฟโกได้สอบถามเกี่ยวกับคุณภาพข้าวไทย จึงได้ชี้แจงให้มั่นใจในคุณภาพข้าวไทย เพราะมีการตรวจสอบประจำ และไม่พบสารปนเปื้อน หรือสารตกค้างในปริมาณที่เกินกำหนด อย่างไรก็ตาม หากจีนยังไม่แน่ใจในคุณภาพข้าวไทย ก็สามารถส่งบริษัทมาตรวจสอบคุณภาพข้าวไทยได้

“ส่วนสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตันครั้งนี้เป็นข้าวของเอกชน ไม่ใช่ข้าวที่ซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ” ยรรยง กล่าว

สำหรับโครงการของรัฐบาลไทยที่จะแลกเปลี่ยนข้าวกับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกับรัฐบาลจีนนั้น ชูเกียรติ ให้ความเห็นว่า คงเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากจีนไม่มีความต้องการข้าวปริมาณมากขนาดนั้น และในอดีตการทำบาร์เตอร์เทรดก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมีหน่วยงานเกี่ยวข้องจำนวนมาก หากไทยและจีนเจรจาแลกเปลี่ยนระหว่างข้าวและรถไฟจริง จะตกลงราคาที่เท่าไหร่ เนื่องจากผู้ซื้ออยากซื้อราคาถูก ส่วนผู้ขายต้องการขายในราคาแพง อีกทั้งจีนยังมีหน่วยงานที่เป็นผู้ซื้อข้าวอย่างคอฟโก ที่สามารถหาซื้อข้าวในตลาดได้ในราคาถูกกว่าซื้อข้าวจากไทย

ด้าน สุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ความตกลงการทำบาร์เตอร์เทรดในครั้งนี้ เป็นโอกาสพิเศษที่ไทยพยายามทำข้อตกลงกับจีน สำหรับกรมซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการจะต้องตรวจสอบเรื่องความถูกต้อง และอาจต้องมีการขอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทบทวนให้มีการใช้นโยบายบาร์เตอร์เทรดอีกครั้ง หลังจากที่เคยขอยกเลิกก่อนหน้านี้ ส่วนราคาสินค้าที่ตกลงแลกเปลี่ยนกันนั้น จะต้องมาวิเคราะห์ว่าราคาที่เหมาะสมควรอยู่ตรงไหน

ด้านการหารือระหว่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ที่ทำเนียบรัฐบาล ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้ารวมเป็น 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 โดยไทยให้ความสำคัญกับการส่งออกสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ โดยการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจ การค้าไทยจีนในปีนี้ จะมีการหารือแนวทางส่งเสริมการค้า การลงทุน และลดอุปสรรคต่างๆ รวมถึงการใช้เงินหยวนซื้อขายสินค้าและทำธุรกรรมอื่นๆ ระหว่างกันมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ขณะเดียวกันจีนยินดีพิจารณายกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางธรรมดา (วีซ่า) ระหว่างไทยจีน เพื่อส่งเสริมการเดินทางเพื่อการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยจะให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายหารือในรายละเอียดต่อไป

จากนั้น ยิ่งลักษณ์ และหลี่เค่อเฉียง ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงระหว่างไทยจีน จำนวน 6 ฉบับ คือ 1.บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยโครงการความร่วมมือระดับรัฐบาลด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในไทย ที่เชื่อมโยงกับการชำระค่าใช้จ่ายด้วยสินค้าเกษตร 2.เอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนไทย และธนาคารเพื่อการพัฒนาของจีน

3.เอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน 4.ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริม 4 โครงการความร่วมมือหุ้นส่วนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาเซียนจีน 5.แผนปฏิบัติการ 5 ปีความร่วมมือทางทะเลไทยจีน ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและ 6.แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม ระหว่างปี 2557-2559

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน