
ศอฉ.แถลงรวบ14แดง-เอ็ม79ครึ่งร้อย
ศอฉ.แถลงผลสักดเสื้อแดงบริเวณอนุสรณ์สถานฯ-ตลาดไทสามารถจับเสื้อแดงได้ 14 ราย พร้อมยึดลูกระเบิดเอ็ม79 ได้ 62 ลูกและส่วนประกอบเครื่องยิงเอ็ม203 ซึ่งใช้ยิงกระสุนขนาด40มม.
ศอฉ.แถลงผลสักดเสื้อแดงบริเวณอนุสรณ์สถานฯ-ตลาดไทสามารถจับเสื้อแดงได้ 14 ราย พร้อมยึดลูกระเบิดเอ็ม79 ได้ 62 ลูกและส่วนประกอบเครื่องยิงเอ็ม203 ซึ่งใช้ยิงกระสุนขนาด40มม.
เมื่อเวลา 21.00 น. ศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้แถลงผลการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่สนธิกำลังเข้าสกัดกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเคลื่อนขบวนไปยังตลาดไทบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวว่า การเข้าสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยมีกำลังทหารบก ทหารอากาศและตำรวจเข้าร่วม โดยศอฉ.ได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก แต่ที่ผ่านมาพบว่าผู้ชุมนุมได้ยิงอาวุธสงครามร้ายแรงใส่เจ้าหน้าที่ จึงต้องมีการเตรียมพร้อม
"การปฏิบัติหน้าที่วันนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะตรงกลางระหว่างเจ้าหน้ากับผู้ชุมนุมมีประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนวิภาวดีอยู่ด้วย รวมทั้งผู้ชมนุมไม่ได้ใส่เสื้อสีแดง ทำให้การแยกแยะเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ระมัดระวังอย่างดีที่สุด"พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าว
พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มเข้าเจรจากับผู้ชุมนุมที่เดินทางมาถึง แต่กลับมีการใช้หนังสติ๊ก และกระสุนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้จำเป็นต้องดำเนินการควบคุมตามขั้นตอน โดยจากผลการปฏิบัติมีเจ้าหน้าที่ทหารเสียงชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย พลเรือนบาดเจ็บ 17 ราย
"เราได้จับกุมกลุ่มเสื้อแดงจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทั้งสิ้น 14 ราย แบ่งเป็นกลุ่มที่จับได้จากพื้นที่ ตลาดไท 7 ราย อนุสรณ์สถานแห่งชาติ 7 ราย ยึดรถจักรยานยนต์ได้ 1 คัน รวมทั้งยึดอาวุธสงครามเอ็ม79 และส่วนประกอบของเครื่องยิงเอ็ม203 ซึ่งใช้ยิงกระสุนขนาด 40 มม.ไว้ได้"พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าว
ด้าน พล.อ.ต.อานนท์ จารยะพันธุ์ ผู้บังคับการทหารอากาศดอนเมือง กล่าวว่า เมื่อเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ๆตั้งด่านสกัดอยู่ด้านหน้ากองทัพอากาศดอนเมือง ได้ตรวจพบ ผู้ต้องสงสัยขี่จักรยานยนต์มุ่งหน้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม จึงเตรียมเข้าตรวจค้น
ทั้งนี้เมื่อผู้ต้องสงสัยเห็นด่านสกัดของเจ้าหน้าที่ ก็พยายามหลบหนีเข้าไปในซอย ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามไป โดยผู้ต้องหาได้ทิ้งถุงสีดำเอาไว้พร้อมรถจักรยานยนต์และปีนข้ามกำแพงหนีเข้าไปในป่าหญ้า
"จากการตรวจสอบถุงสีดำที่ผู้ต้องหาทิ้งเอาไว้พบว่า ภายในมีกระสุนเอ็ม79จำนวน 62 นัด แบ่งเป็นชนิดเจาะเกราะ 42 นัด และแบบธรรมดาตกกระทบพื้น 20 นัด รวมทั้งชิ้นส่วนของเครื่องยิงแบบเอ็ม203 ซึ่งใช้ยิงกระสุนขนาด 40 มม."พล.อ.ต.อานนท์กล่าว
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า การตรวจพบอาวุธร้ายแรงเช่นนี้ถือเป็นความผิดฐานก่อการร้าย ซึ่งได้มีมติแล้วว่าคดีก่อการร้ายเป็นคดีพิเศษที่ดีเอสไอรับผิดชอบ ซึ่งดีเอสไอ จะร่วมกับอัยการสูงสุดรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบสวนต่อไป
ขณะที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ขอแจ้งพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนว่า ในโอกาสต่อไปหากกำลังใช้รถใช้ถนนอยู่และพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมกำลังเคลื่อนมาก็ขอให้เปลี่ยนเส้นทาง หรือเร่งความเร็วแซงไป หรือไม่ก็ลดความเร็วให้กลุ่มผู้ชุมนุมแซงไปก่อน รวมทั้งหากยู่ในวงล้อมของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ก็ขอให้ล็อครถและอยู่แต่ในรถเท่านั้น







