
สว.สายสรรหาคุมกมธ.2ล้านล.
สว.สายสรรหาคุมกมธ.2ล้านล. เตรียมยืดเวลาอีก 30 วัน เหตุงานเยอะเวลาไม่พอ นัดวุฒิสภาลงมติเห็นชอบ 18 พ.ย.
สว.สายสรรหาคุมกมธ.2ล้านล. เตรียมยืดเวลาอีก 30 วัน เหตุงานเยอะเวลาไม่พอ นัดวุฒิสภาลงมติเห็นชอบ 18 พ.ย.
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วุฒิสภา วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ได้มีมติเลือก นายธวัช บวรวนิชยกูร สว.สรรหา เป็นประธานคณะกมธ. และให้นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สว.ราชบุรี น.ส.วิชุดา รัตนเพียร สว.สรรหา และ นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สว.นครปฐม เป็นรองประธานคณะกมธ. นอกจากนี้ได้แต่งตั้งให้นายพิเชต สุนทรพิพิธ สว.สรรหา เป็นประธานที่ปรึกษาคณะกมธ.
นายธวัช กล่าวว่า คณะกมธ.ได้พิจารณาภาพรวมของร่างพ.ร.บ.แล้วมีความจำเป็นที่จะต้องขอให้ที่ประชุมวุฒิสภาขยายกรอบเวลาการทำงานของคณะกมธ.ออกไปอีก 30 วัน จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 ต.ค. เนื่องจากต้องเชิญส่วนราชการถึง 18 หน่วยงานมาชี้แจงและให้ข้อสังเกตกับคณะกมธ. ทำให้กรอบระยะเวลาเดิมจึงไม่เพียงพอต่อการทำงานของคณะกมธ.
“การขอขยายกรอบเวลาออกไปไม่ได้เป็นการประวิงเวลา แต่ต้องเพิ่มเวลาเพราะต้องการให้การทำงานเกิดความรอบคอบเพราะมีเนื้อหาที่ต้องร่วมกันพิจารณาเป็นจำนวนมาก ส่วนกรรมาธิการบางคนที่ได้แสดงเจตนารมณ์จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภายหลังผ่านขั้นตอนของรัฐสภานั้นคิดว่าเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญและจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของคณะกมธ.” นายธวัช กล่าว
ประธานคณะกมธ. กล่าวอีกว่า คณะกมธ.จะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 11 ต.ค. ระหว่างเวลา 10.00-16.00น. โดยได้เชิญส่วนราชการถึง 10 หน่วยงานเข้ามาชี้แจง ประกอบด้วย 1.สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 2.สำนักงบประมาณ 3.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ 4.กรมบัญชีกลาง 5.สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร 6.สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 7.สำนักปลัดกระทรวงการคลัง 8.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 9.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ 10.ธนาคารแห่งประเทศไทย
นายธวัช กล่าวว่า คณะกมธ.ได้จัดทำเอกสารกำหนดการพิจารณาร่างพ.ร.บ.โดยมีสาระสำคัญ คือ ในวันที่ 7 พ.ย.จะเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ของคณะกมธ.เป็นวันสุดท้าย และจะส่งรายงานของคณะกมธ.ให้กับนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาในวันที่ 12 พ.ย.เพื่อนัดประชุมวุฒิสภาลงมติเป็นรายมาตราในวาระที่ 2 และให้ความเห็นชอบในวันที่ 18 พ.ย.ต่อไป







