
สัปดาห์นี้ประเด็น
ในสัปดาห์นี้ประเด็นที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ กระแสเงินทุนไหลเข้าและออก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้น ทุกสายตากำลังจับจ้องถึงการเจรจาของสหรัฐเรื่องงบประมาณปี 2557 ว่าจะลงเอยกันอย่างไร หลังจากคุยกันไม่รู้เรื่องจนต้องปิดหน่วยงานกลางของสหรัฐอเมริกา (ชัตดาวน์)
ในสัปดาห์นี้ประเด็นที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ กระแสเงินทุนไหลเข้าและออก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทและตลาดหุ้น ทุกสายตากำลังจับจ้องถึงการเจรจาของสหรัฐเรื่องงบประมาณปี 2557 ว่าจะลงเอยกันอย่างไร หลังจากคุยกันไม่รู้เรื่องจนต้องปิดหน่วยงานกลางของสหรัฐอเมริกา (ชัตดาวน์)
นอกจากนี้ ตลาดและนักลงทุนยังลุ้นระทึกว่าการเจรจาขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐจะทันกำหนดเส้นตายวันที่ 17 ต.ค.หรือไม่ เพราะหากไม่ทันจะนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้และส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของประเทศสหรัฐ ซึ่งจะลามไปถึงตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกได้
ขณะเดียวกัน การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญทั้งของประเทศมหาอำนาจก็มีความสำคัญ เช่น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน ต.ค. รวมถึงรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ย. ของจีนด้วย
สำหรับประเด็นในประเทศ การเมืองไทยยังคงเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อตลาดหุ้น โดยเชื่อว่าแนวโน้มจะมีความร้อนแรงขึ้นตามลำดับ เนื่องจากมีหลายประเด็นขัดแย้งที่จะเข้าสู่การพิจารณาไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และ 237 การอภิปรายไม่ไว้วางใจและร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดแนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.50 บาท ส่วนตลาดหุ้นจะผันผวนโดยบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,380 และ 1,300 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,436 และ 1,442 ตามลำดับ







