
วัดญาณสังวราราม
วัดที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร โปรดให้สร้าง มีหลายวัด ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ต่างจังหวัด เช่น ที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก
วัดที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร โปรดให้สร้าง มีหลายวัด ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ต่างจังหวัด เช่น ที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก
มีอยู่วัดหนึ่งที่ต้องพูดถึง คือ วัดญาณสังวราราม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งชาวบ้านก็มักจะเรียกกันติดปากว่า วัดพระสังฆราช หรือวัดสมเด็จพระสังฆราช
วัดมีสถานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร สังกัดธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเป็นประธานจัดสร้างวัดเมื่อปี 2519 โดยผู้ถวายที่ดินในการสร้างวัดแด่สมเด็จพระสังฆราช คือ นพ.ขจร และคุณหญิงนิธิวดี อันตระการ พร้อมบุตรธิดา เนื้อที่ประมาณ 300 ไร่เศษ
ต่อมาคณะผู้ริเริ่มสร้างวัดได้ร่วมกันจัดซื้อที่ดินที่ติดต่อเขตวัดถวายเพิ่มเติมอีกประมาณ 60 ไร่เศษ รวมเป็นเนื้อที่ดินทั้งหมด 366 ไร่ 2 งาน 11 ตารางวา เพื่อขอให้สร้างวัด และขอใช้ชื่อว่า “วัดญาณสังวราราม”
การสร้างวัดได้ดำเนินการมาโดยลำดับ โดยได้รับอนุญาตให้สร้างเป็นสำนักสงฆ์ญาณสังวราราม เมื่อปี พ.ศ. 2520 และได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสร้างเป็นงวดจากกรมการศาสนา เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2521 ได้รับการประกาศตั้งชื่อเป็นวัดในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2523 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณารับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์และโปรดเกล้าฯ ให้ยกเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร
กล่าวได้ว่าเป็นวัดที่ร่มรื่นและสวยงามมาก บรรยากาศ อากาศดีมาก พื้นที่กว้างใหญ่ และมีการวางผังและรูปแบบในการสร้างวัด โดยแบ่งพื้นที่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็น 4 เขต ได้แก่
เขตพุทธาวาส เป็นสถานที่ตั้งปูชนียสถาน โบราณวัตถุ มีพระอุโบสถ พระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์ พระมหามณฑปพระพุทธบาท ภปร.สก. ศาลาอเนกกุศล สว.กว. และศาลาอเนกกุศล มวก.สธ. เป็นต้น
เขตสังฆาวาส (เขตพระสงฆ์อยู่) แบ่งเป็นสองส่วน คือ พื้นที่ส่วนล่างและพื้นที่ส่วนบน ประกอบด้วยพื้นที่เขาชีโอนและเขาชีจรรย์ และทั้งสองพื้นที่ใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างเสนาสนะกุฏิน้อยใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ เป็นต้น
เขตโครงการพระราชดำริ เป็นสถานที่โครงการพระราชดำริ มีเรือนรับรอง อ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรกรรม โรงพยาบาล ศูนย์การฝึกอบรมพิเศษ วนอุทยาน บริเวณอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ เป็นต้น
และเขตที่ 4 เขตอุบาสกอุบาสิกา เป็นสถานที่ตั้งศาลาโรงธรรม ที่พักอาศัยของบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้มาอยู่ประพฤติธรรม รักษาศีลฟังธรรม ปฏิบัติจิตภาวนา เป็นต้น
โดยเขตที่เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นมีประมาณ 2,500 ไร่ และมีโครงการต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริขึ้นหลายด้าน อาทิ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น มีสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ด้านการส่งเสริมอาชีพการเกษตร เช่น โครงการอนุรักษ์ดินและน้ำ ด้านการศึกษาและพัฒนาอาชีพ ได้แก่ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยของประชาชน เช่น โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม
ถ้าพิจารณาดีๆ จะเห็นว่าวัดนี้แปลกกว่าวัดอื่น คือทั้ง สมเด็จพระสังฆราช ทั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงสร้างเหมือนกัน แต่คนละส่วน...นี่เป็นคำเล่าจากพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ อดีตเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
พระธรรมบัณฑิต เล่าว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงสร้างในส่วนถาวรวัตถุในวัด เช่น พระอุโบสถ พระบรมธาตุเจดีย์ และอีกมากมาย ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเนรมิตโครงการพระราชดำริต่างๆ ในเนื้อที่ 2,500 ไร่
ทั้งนี้ ทราบว่าแต่ละพระองค์มีจุดประสงค์ในการสร้าง โดยสมเด็จพระสังฆราชต้องการสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาส 60 พรรษา ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็มีพระราชประสงค์จะถวายสมเด็จพระสังฆราช
“ในวโรกาส 60 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระสังฆราชจึงทำหนังสือทูลฯ ไปว่า จะถวายวัดญาณสังวราราม เป็นวัดของพระเจ้าอยู่หัว ชื่อวัด ‘นวมินทราธิราช’ พระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งมาว่า มิใช่...ที่นี่ตั้งใจถวายสมเด็จพระสังฆราช ก็ให้ชื่อวัดญาณสังวรารามนั่นแหละ ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นวัดนวมินทราธิราช”
เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้ ทำให้วัดนี้ยังคงชื่อว่า “วัดญาณสังวราราม” ด้วยประการฉะนี้







