posttoday
พงหนามของสันติภาพ

พงหนามของสันติภาพ

06 ตุลาคม 2556

คลิปวิดีโอกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชายแดนภาคใต้ โพสต์ท่าถ่ายรูปก่อนปฏิบัติการโจมตีเจ้าหน้าที่ ทำให้ผมตะลึงกับปัญหาชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เพราะภาพและเรื่องราวจากคลิปนั่นหรอก แต่ตะลึงกับสังคมไทยที่รุมประณามคนที่พวกเขาเรียกว่า “โจรใต้” อย่างดูหมิ่นเหยียดหยาม ลามไปถึงดูหมิ่นเชื้อชาติและศาสนา ราวกับพวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าท่าทีเช่นนี้แหละที่ทำให้กว่า 100 ปีที่ผ่านมา ความคิดการกู้เอกราชปัตตานีจึงไม่เคยหมดสิ้นไป

คลิปวิดีโอกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชายแดนภาคใต้ โพสต์ท่าถ่ายรูปก่อนปฏิบัติการโจมตีเจ้าหน้าที่ ทำให้ผมตะลึงกับปัญหาชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เพราะภาพและเรื่องราวจากคลิปนั่นหรอก แต่ตะลึงกับสังคมไทยที่รุมประณามคนที่พวกเขาเรียกว่า “โจรใต้” อย่างดูหมิ่นเหยียดหยาม ลามไปถึงดูหมิ่นเชื้อชาติและศาสนา ราวกับพวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าท่าทีเช่นนี้แหละที่ทำให้กว่า 100 ปีที่ผ่านมา ความคิดการกู้เอกราชปัตตานีจึงไม่เคยหมดสิ้นไป

อีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ต้องตะลึงก็คือ การเรียกร้องให้กองทัพ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ตรวจสอบคลิปดังกล่าว ซึ่งถ้าหากลองค้นหาในกูเกิลหรือยูทูบ ก็จะพบว่าคลิปลักษณะเดียวกันนี้มีเป็นจำนวนมากอีกนับร้อยคลิป แต่สังคมไทยอาจไม่อินังขังขอบกับคลิปเหล่านี้ เพราะไม่เข้าใจเนื้อหาภาษามลายูในคลิป

แต่เราอาจลืมว่า ในเอเชียอาคเนย์มีผู้ใช้และเข้าใจภาษามลายูมากกว่า 200 ล้านคน เราอาจไม่รู้ว่าภาษาอินโดนีเซีย ภาษามลายูนั้นแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนภาษาไทยและภาษาลาว

คลิปที่ว่านี้ อาจถือว่าไร้สาระ หรือมีเนื้อหาสาระน้อยมาก หากเทียบกับเนื้อหาในคลิปอื่น ที่มีทั้งบทเพลงและสารคดี พูดถึงปัญหาของคนมลายูปัตตานีในแผ่นดินไทย

โจรใต้ (ในความคิดของคนไทยบางคน) กำลังสื่อสารกับโลก แต่สังคมไทยกลับปิดกั้นและยึดถือความชอบธรรมของการเป็นรัฐชาติ อย่างที่พูดกันเสมอว่า ไม่ยอมเสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว

แน่นอนว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งพวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็น “นักรบปัตตานี” ที่ก่อความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พวกเขาก็มีแนวคิดชาตินิยมอย่างสุดโต่ง เอกราชคือความใฝ่ฝันสูงสุดของการเอาชีวิตเข้าเสี่ยงต่อต้านรัฐไทย

แนวคิดของคนไทยบางคนที่แสดงความเห็นผ่านเครือข่ายสื่อออนไลน์ หนุนให้มีการ “ปราบปราม” ให้หมด ด้วยมาตรการที่เด็ดขาด ออกจะเป็นการแสดงอารมณ์ โดยขาดการตั้งคำถามสำคัญว่า ทำแล้วจะแก้ปัญหาได้จริงหรือ (เพราะเคยทำมาแล้ว) และควรทำหรือไม่

10 ปีก่อน เมื่อสถานการณ์ความรุนแรงชายแดนภาคใต้ปะทุขึ้นใหม่ๆ ก็มีการแสดงความเห็นแบบเดียวกันนี้ 10 ปีผ่านไป กระบวนการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ผ่านมามากมายหลายวิธี แต่แนวความคิดเช่นนี้ก็ยังมีอยู่อีก

ฝ่ายขบวนการก่อความไม่สงบก็เช่นกัน พวกเขาก็ลองมาแล้วหลากวิธีการ ทั้งในระบบโดยการเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองที่เปิดกว้าง และนอกระบบโดยการตั้งกองกำลังติดอาวุธ ใช้วิธีการรุนแรงเข้าต่อสู้

เพียงแต่ประสบการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบนั้นผ่านมานับ 100 ปี สืบทอดและส่งต่อมาหลายรุ่น

สังคมไทย คนไทย ซาบซึ้งในความเจ็บปวดขมขื่นของชาติที่ถูกพม่ารุกราน เผาทำลายราชธานี ทำลายรากฐานสำคัญของการรวมตัวเป็นชาติ ผ่านบทเรียนประวัติศาสตร์ วรรณกรรม บทเพลง ละครทีวี และภาพยนตร์

คนปัตตานีก็ซาบซึ้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพวกเขาผ่านเรื่องเล่า วรรณกรรม บทกวี บทเพลง ทั้งเพลงสมัยใหม่และเพลงกล่อมเด็กพื้นบ้าน ต่างกันตรงไม่อาจทำอย่างเปิดเผย แต่ต้องแอบทำ แอบพูดแอบฟังอย่างลับๆ

นั่นทำให้ผมแปลกใจว่าเหตุใดปมเงื่อนใหญ่สุดที่ทั้งสองเชื้อชาติไม่อาจข้ามได้คือประวัติศาสตร์ จะชำระสะสาง จะบอกว่าใครผิด ใครถูก แล้วจะได้ประโยชน์อะไร ในเมื่อมันฝังหัวมานานนับ 100 ปี

ที่เวียงจันทน์ มีอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์ มีวัดพระแก้ว ซึ่งที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตนั้นว่างเปล่า กัมพูชามีเมืองใหญ่ชื่อเสียมเรียบ

บางทีสังคมไทยก็ควรเปิดใจกว้าง และเรียนรู้ว่า ชาติเรานั้นไม่ได้รักสงบสักเท่าใด ถ้ารู้จักตัวเอง เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเคยทำ ก็อาจทำให้เข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นว่าที่เราถูกกระทำอยู่นั้นมาจากสาเหตุอะไร

สำหรับคนมลายูปัตตานีที่ผมรู้จัก หลายคนมองข้ามประวัติศาสตร์อันขมขื่น ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนและไม่มีวันลืม แต่อนาคตก็มิอาจอยู่กับความเจ็บแค้น สิ่งที่พวกเขากำลังทำคือการมองหาวิธีการอยู่ร่วมกันเพื่ออนาคตที่ดีตามวิถีทางของกันและกัน

ทางออกจึงมิใช่การปราบโจร หรือขับไล่ผู้รุกรานชาวสยาม แต่คือการเริ่มทำความเข้าใจและกำหนดอนาคตร่วมกัน แม้ว่ามันจะยังมืดมนอยู่

ผมรู้สึกเฉยๆ กับท่าทีแข็งกร้าวใน 5 ข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็น รวมทั้งท่าทีของฝ่ายไทยที่ไม่ตอบรับ อาจดูเหมือนขัดแย้ง เพียงแต่กระบวนการปรึกษาหารือ พูดคุยทำความเข้าใจ กำลังทำงานของมันอย่างช้าๆ

อย่างน้อยๆ 10 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยเองก็สูญเสียในหลายด้าน ฝ่ายขบวนการที่บรรดาผู้อาวุโสซึ่งต่อสู้มาชั่วชีวิตก็ยังไม่ใกล้ความสำเร็จ ผมเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายกำลังคิดถึงคนรุ่นต่อไป คนรุ่นลูก รุ่นหลาน ที่จะต้องเสี่ยงชีวิต หมดเปลืองเวลาอันมีค่าในชีวิตสำหรับการต่อสู้นี้ต่อไป หรือจะหาทางให้มีโอกาสมีชีวิตที่ดีกว่าคนรุ่นก่อน

จุดชี้วัดการพูดคุยสันติภาพจึงไม่ใช่ความสำเร็จหรือล้มเหลว เพียงแต่ว่าระหว่างดำเนินกระบวนการนั้นได้สร้างให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่าทีแข็งกร้าวอาจเป็นฉากหน้าที่ต่างฝ่ายก็ต่างถูกกดดันมาเหมือนกัน แต่หากหัวขบวนของแต่ละฝ่ายปล่อยให้พังครืนลงกลางคัน เกียรติภูมิที่ต่างสร้างและมีกันมาก็ย่อมหมดสิ้นลงด้วย

การรอคอยช่วงเวลาที่ดีเพื่อคุยกัน ย่อมดีกว่าเร่งให้ได้พูดคุยกัน ทั้งที่รู้อยู่ว่าสุดท้ายก็ขัดแย้งและทะเลาะกัน

อย่าลืมว่า บทเรียนจากทั่วโลก เส้นทางสันติภาพนั้นมิได้ปูพรมแดงและโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยขวากหนาม

เพียงแต่ถ้าย่างก้าวอย่างระมัดระวัง โอกาสที่จะเจ็บตัวเพราะถูกหนามเกี่ยวก็น้อยกว่า หรืออาจไม่เจ็บตัวเลยก็ได้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI